ข้อมูลสุขภาพแบบเข้าใจง่าย

โรคข้ออักเสบรูมาตอยด์

โรคภูมิคุ้มกันที่ทำให้เยื่อบุข้ออักเสบ มักเกิดสองข้างคล้ายกัน และควรรักษาเร็วเพื่อลดความเสียหายถาวรของข้อ

ภาพตัดขวางข้อต่อ แสดงเยื่อบุข้อหนาอักเสบและการกัดกร่อนกระดูกอ่อนกับกระดูก ในภาพรวมอวัยวะและระบบที่เกี่ยวข้อง

สรุปก่อนอ่านต่อ

เรื่องนี้คืออะไร และสำคัญอย่างไร

รูมาตอยด์ต่างจากข้อเสื่อม เพราะระบบภูมิคุ้มกันโจมตีเยื่อบุข้อ ทำให้ปวด บวม ร้อน และฝืด โดยมักเริ่มที่ข้อนิ้ว มือ ข้อมือ หรือเท้าสองข้าง อาการฝืดหลังตื่นนอนมักนานกว่าการฝืดจากการไม่ได้ขยับชั่วคราว

โรคอาจกระทบดวงตา ปอด หัวใจ หลอดเลือด และทำให้เหนื่อยหรือมีไข้ต่ำได้ การวินิจฉัยจึงใช้ทั้งรูปแบบอาการ การตรวจข้อ เลือด และภาพถ่าย ไม่ควรรอให้ข้อผิดรูปก่อนพบแพทย์

คำศัพท์สุขภาพ

01
Rheumatoid factor และ anti-CCP
ผลเลือดที่ช่วยประกอบการวินิจฉัยข้ออักเสบรูมาตอยด์ แต่ผลบวกหรือลบเพียงอย่างเดียวยังสรุปโรคไม่ได้
02
CT และ MRI
CT ใช้รังสีเอกซเรย์สร้างภาพภายในร่างกาย ส่วน MRI ใช้สนามแม่เหล็กและคลื่นวิทยุ แพทย์เลือกตามอวัยวะและคำถามที่ต้องการตรวจ

เกิดอะไรขึ้นในร่างกาย

อธิบายกลไกทีละขั้น

ลักษณะเด่นคือข้อเล็กหลายข้อบวมและฝืดตอนเช้านาน แต่การวินิจฉัยต้องดูรูปแบบ ตรวจข้อ ผลเลือด และภาพร่วมกัน การเริ่มยาควบคุมโรคเร็วช่วยลดความเสียหายถาวรได้

01

ภูมิคุ้มกันกระตุ้นเยื่อบุข้อ

เซลล์และสารอักเสบสะสมในชั้น synovium

02

เยื่อบุหนาเป็น pannus

เนื้อเยื่ออักเสบรุกเข้าหาผิวกระดูกอ่อนและขอบกระดูก

03

ข้อเสียรูปหากอักเสบนาน

กระดูกอ่อนบาง กระดูกถูกกัดกร่อน และเอ็นเสียสมดุล

ภาพตัดขวางข้อต่อ แสดงเยื่อบุข้อหนาอักเสบและการกัดกร่อนกระดูกอ่อนกับกระดูก
รูมาตอยด์เกิดจากภูมิคุ้มกันโจมตีเยื่อบุข้อ ทำให้เยื่อบุหนาและสร้างเนื้อเยื่ออักเสบที่ค่อยๆ ทำลายกระดูกอ่อน กระดูก และเอ็นรอบข้อ

ค่าหรือเกณฑ์ที่ควรรู้

เป้าหมายคือโรคสงบ ไม่ใช่เพียงทนปวดได้

ข้ออักเสบรูมาตอยด์ต้องติดตามข้อบวม อาการผู้ป่วย การอักเสบ และการทำงานร่วมกัน เพราะความปวดอาจมาจากหลายสาเหตุ

01

ข้อฝืดตอนเช้า

เวลาตั้งแต่ตื่นจนขยับคล่องขึ้น

ช่วงอ้างอิง
สั้นและไม่มีก้อนบวมอาจพบในภาวะอื่น
ควรนัดประเมิน
นานเกินประมาณ 30–60 นาทีร่วมกับข้อเล็กบวมสมมาตรควรประเมินข้ออักเสบ
ควรประเมินเร่งด่วน
ข้อเดียวแดงร้อนมากร่วมกับไข้ต้องแยกข้ออักเสบติดเชื้อในวันเดียวกัน
02

DAS28

คะแนนกิจกรรมโรคจาก 28 ข้อ ผลเลือด และการประเมิน

ช่วงอ้างอิง
ต่ำกว่า 2.6 ใช้อธิบายภาวะโรคสงบ และไม่เกิน 3.2 คือกิจกรรมต่ำในบริบทที่ใช้คะแนนนี้
ควรนัดประเมิน
มากกว่า 5.1 คือกิจกรรมสูง ควรทบทวนแผนรักษากับแพทย์
ควรประเมินเร่งด่วน
คะแนนต้องคำนวณโดยทีมรักษาและไม่ควรใช้หยุดยากดภูมิคุ้มกันเอง
อ่านตัวเลขอย่างปลอดภัย

หากใช้ยากดภูมิคุ้มกัน ให้รายงานไข้หรือการติดเชื้อและทบทวนวัคซีนกับทีมรักษา ไม่หยุดหรือเลื่อนยาเองโดยไม่มีคำแนะนำ

สาเหตุ · อาการ · การตรวจ · การดูแล

ดูข้อมูลสำคัญในที่เดียว

01

สาเหตุและปัจจัยที่เกี่ยวข้อง

  • พันธุกรรมและเพศหญิง
  • สูบบุหรี่และโรคเหงือกสัมพันธ์กับความเสี่ยง
  • ปัจจัยสิ่งแวดล้อมร่วมกับภูมิคุ้มกัน ไม่ได้เกิดจากใช้งานข้อธรรมดา
02

อาการที่พบบ่อย

  • ข้อนิ้ว มือ หรือเท้าบวมสองข้าง
  • ฝืดตอนเช้านาน เหนื่อย หรือมีไข้ต่ำ
  • ตา ปอด ผิวหนัง และหลอดเลือดอาจกระทบในบางราย
03

แพทย์ตรวจอย่างไร

  • ตรวจจำนวนข้อบวมกดเจ็บและระยะอาการ
  • ตรวจ ESR/CRP, rheumatoid factor และ anti-CCP
  • อัลตราซาวนด์ เอกซเรย์ หรือ MRI เพื่อดูการอักเสบและความเสียหาย
04

เริ่มดูแลอย่างเป็นระบบ

  • พบแพทย์โรคข้อเร็วเมื่อข้อบวมต่อเนื่อง
  • ใช้ยาควบคุมโรคตามแผนและตรวจเลือดตามนัด
  • ออกกำลังช่วงการเคลื่อนไหวและแรงกล้ามเนื้อโดยปรับตามการกำเริบ

เรื่องสำคัญที่ควรรู้

จำประเด็นเหล่านี้ไว้ก่อน

01

รักษาเร็วช่วยรักษาการทำงานของข้อ

ยาควบคุมโรคหรือ DMARDs มีเป้าหมายลดการอักเสบและชะลอความเสียหายของข้อ ยาแก้ปวดอย่างเดียวไม่ทำหน้าที่นี้

02

ผลเลือดไม่ได้ตอบทุกอย่าง

Rheumatoid factor และ anti-CCP ช่วยประกอบการวินิจฉัย แต่ผลลบไม่ได้ตัดโรคออก และผลบวกอย่างเดียวก็ยังไม่ยืนยันโรค

03

การเคลื่อนไหวเป็นส่วนหนึ่งของการรักษา

การออกกำลังแรงต้านและแอโรบิกที่ปรับตามระยะโรคช่วยคงกล้ามเนื้อ การทรงตัว กระดูก และความสามารถในการใช้ชีวิต

อาหารและการดูแลในชีวิตประจำวัน

ลดภาระการอักเสบ และรักษากล้ามเนื้อรอบข้อ

  • กินผัก ผลไม้ ถั่ว ธัญพืชไม่ขัดสี ปลา และไขมันไม่อิ่มตัวให้หลากหลาย ลดขนมหวาน อาหารหวาน มัน เค็ม และอาหารแปรรูป พร้อมหยุดสูบบุหรี่
  • อาหารช่วยพยุงสุขภาพหัวใจ กระดูก และน้ำหนัก แต่ไม่ควรใช้แทนยาควบคุมโรคที่แพทย์สั่ง เพราะความเสียหายของข้ออาจเกิดขึ้นแม้อาการปวดลดลงชั่วคราว

อ่านต่ออย่างเข้าใจ

อ่านต่อให้ครบทั้งสุขภาพและผลิตภัณฑ์

แหล่งอ้างอิงหลัก

แหล่งข้อมูลที่ใช้ตรวจสอบ

  1. NIH · NIAMSRheumatoid Arthritis