ข้อมูลสุขภาพแบบเข้าใจง่าย

ไขมันพอกตับจากเมตาบอลิก

ไขมันพอกตับมักเกิดร่วมกับรอบเอวที่เพิ่มขึ้น เบาหวาน ไขมันในเลือดสูง หรือความดันสูง แม้ไม่มีอาการก็อาจมีแผลเป็นสะสมในตับได้

ภาพตับปกติ ไขมันสะสม การอักเสบ และพังผืดจากโรคไขมันพอกตับเมตาบอลิก ในภาพรวมอวัยวะและระบบที่เกี่ยวข้อง

สรุปก่อนอ่านต่อ

เรื่องนี้คืออะไร และสำคัญอย่างไร

โรคไขมันพอกตับที่เกี่ยวข้องกับการเผาผลาญ เรียกว่า MASLD และเคยใช้ชื่อว่า NAFLD โรคนี้พบได้บ่อยในผู้ที่มีโรคอ้วนหรือเบาหวาน แม้ผลตรวจค่าตับปกติก็ยังสรุปไม่ได้ว่าไม่มีแผลเป็นในตับ

แพทย์จะดูประวัติ ผลเลือด และอัลตราซาวนด์ร่วมกัน บางคนอาจต้องประเมินแผลเป็นในตับเพิ่มเติม พร้อมตรวจหาสาเหตุอื่น เช่น ไวรัสตับอักเสบ แอลกอฮอล์ หรือยาบางชนิด

คำศัพท์สุขภาพ

01
เมตาบอลิก หรือเมตาบอลิซึม
กระบวนการที่ร่างกายเปลี่ยนอาหารเป็นพลังงานและควบคุมน้ำตาล ไขมัน ความดัน และการสะสมพลังงาน
02
MASLD หรือชื่อเดิม NAFLD
ชื่อทางการของโรคไขมันพอกตับที่พบร่วมกับความเสี่ยงด้านน้ำตาล ไขมัน ความดัน หรือน้ำหนัก ชื่อเดิมคือ NAFLD
03
พังผืด
แผลเป็นที่ค่อยๆ สะสมในอวัยวะ หากสะสมมากขึ้นอาจทำให้อวัยวะนั้นทำงานลดลง
04
ภาวะดื้อต่ออินซูลิน
ภาวะที่เซลล์ตอบสนองต่ออินซูลินได้ไม่ดี ร่างกายจึงต้องใช้อินซูลินมากขึ้นเพื่อควบคุมน้ำตาลในเลือด
05
FIB-4
คะแนนจากอายุและผลเลือดบางค่า ใช้คัดกรองเบื้องต้นว่าอาจมีแผลเป็นในตับหรือไม่ แต่ไม่ใช่คำวินิจฉัย
06
Elastography
การตรวจความแข็งของตับด้วยคลื่นเสียงหรือเทคนิคภาพ เพื่อช่วยประเมินว่ามีแผลเป็นสะสมมากน้อยเพียงใด

เกิดอะไรขึ้นในร่างกาย

อธิบายกลไกทีละขั้น

ความเสี่ยงสำคัญคือร่างกายตอบสนองต่ออินซูลินได้ไม่ดี ไขมันสะสมในช่องท้อง เบาหวาน และไตรกลีเซอไรด์สูง ผู้ที่รูปร่างไม่อ้วนก็เป็นได้ โดยเฉพาะเมื่อรอบเอวเพิ่มขึ้นหรือมีความเสี่ยงทางพันธุกรรม

01

ไขมันไหลเข้าตับมาก

ไขมันจากเนื้อเยื่อและน้ำตาลส่วนเกินถูกเปลี่ยนเป็นไตรกลีเซอไรด์

02

เซลล์ตับเครียด

ไขมันบางชนิดรบกวนไมโทคอนเดรียและกระตุ้นการอักเสบ

03

พังผืดสะสม

แผลเป็นระยะยาวนำไปสู่ตับแข็งและมะเร็งตับในบางราย

ภาพตับปกติ ไขมันสะสม การอักเสบ และพังผืดจากโรคไขมันพอกตับเมตาบอลิก
โรคนี้เริ่มเมื่อมีไขมันเข้าไปสะสมในตับมากกว่าที่ตับจะนำไปใช้หรือส่งออกได้ หากเซลล์ตับบาดเจ็บและอักเสบต่อเนื่อง อาจเกิดแผลเป็นสะสมที่เรียกว่าพังผืด

ค่าหรือเกณฑ์ที่ควรรู้

ค่าเอนไซม์ตับปกติไม่ตัดพังผืด ต้องดู FIB-4

ความเสี่ยงที่สำคัญไม่ใช่เพียงมีไขมันในอัลตราซาวนด์ แต่คือมีพังผืดมากเพียงใด จึงใช้ FIB-4 เป็นด่านแรกในผู้ใหญ่หลายกลุ่ม

01

FIB-4 อายุ 35–65 ปี

คะแนนจากอายุ AST ALT และเกล็ดเลือด

ช่วงอ้างอิง
ต่ำกว่า 1.3 มักเป็นความเสี่ยงต่ำต่อพังผืดระยะลุกลาม
ควรนัดประเมิน
1.3–2.67 ต้องประเมินต่อด้วย elastography หรือการทดสอบที่เหมาะสม
ควรประเมินเร่งด่วน
มากกว่า 2.67 มีโอกาสพังผืดลุกลามสูงขึ้นและควรพบผู้เชี่ยวชาญ
02

FIB-4 เมื่ออายุมากกว่า 65 ปี

อายุทำให้คะแนนสูงขึ้นแม้ไม่มีพังผืดมาก

ช่วงอ้างอิง
ต่ำกว่า 2.0 ใช้เป็นจุดความเสี่ยงต่ำที่เหมาะกับผู้สูงอายุมากกว่า
ควรนัดประเมิน
2.0–2.67 ควรตรวจต่อ และมากกว่า 2.67 มีความเสี่ยงสูง
ควรประเมินเร่งด่วน
FIB-4 ใช้ได้ไม่แม่นในภาวะป่วยเฉียบพลันและผู้ที่อายุน้อยกว่า 35 ปี
03

BMI สำหรับผู้ใหญ่เอเชีย

น้ำหนัก (กก.) ÷ ส่วนสูง² (เมตร)

ช่วงอ้างอิง
ต่ำกว่า 18.5 คือน้ำหนักน้อย ส่วนช่วง 18.5–22.9 เป็นช่วงก่อนจุดเฝ้าระวังของคนเอเชีย
ควรนัดประเมิน
ตั้งแต่ 23 เริ่มเป็นจุดเฝ้าระวัง และตั้งแต่ 27.5 เป็นจุดความเสี่ยงสูงตามเกณฑ์ปฏิบัติการสำหรับประชากรเอเชีย
ควรประเมินเร่งด่วน
BMI ไม่ใช่เลขฉุกเฉินและไม่บอกไขมันช่องท้อง ต้องอ่านร่วมกับรอบเอว ความดัน น้ำตาล และไขมัน
04

รอบเอว

วัดกึ่งกลางระหว่างชายโครงล่างกับขอบกระดูกสะโพก

ช่วงอ้างอิง
สำหรับผู้ใหญ่เอเชีย ผู้ชายควรต่ำกว่า 90 ซม. และผู้หญิงควรต่ำกว่า 80 ซม.
ควรนัดประเมิน
ตั้งแต่ 90 ซม. ในผู้ชายหรือตั้งแต่ 80 ซม. ในผู้หญิง บ่งชี้ความเสี่ยงเมตาบอลิกสูงขึ้น
ควรประเมินเร่งด่วน
รอบเอวไม่ใช่คำวินิจฉัยเดี่ยว หากสูงควรตรวจความดัน น้ำตาล และไขมันร่วมกัน

สาเหตุ · อาการ · การตรวจ · การดูแล

ดูข้อมูลสำคัญในที่เดียว

01

สาเหตุและปัจจัยที่เกี่ยวข้อง

  • อ้วนลงพุง ดื้อต่ออินซูลิน และเบาหวาน
  • ไตรกลีเซอไรด์สูง อาหารหวาน และเครื่องดื่มน้ำตาล
  • พันธุกรรม ยาบางชนิด และหยุดหายใจขณะหลับ
02

อาการที่พบบ่อย

  • มักไม่มีอาการ
  • อ่อนเพลียหรือแน่นชายโครงขวาไม่จำเพาะ
  • ตัวเหลือง ท้องมาน หรือสับสนพบเมื่อโรคตับขั้นสูง
03

แพทย์ตรวจอย่างไร

  • ค่าตับปกติยังไม่ยืนยันว่าไม่มีโรค
  • อัลตราซาวนด์และคะแนนจากผลเลือดที่เรียกว่า FIB-4 ช่วยคัดกรองแผลเป็นในตับ
  • หากมีความเสี่ยงสูง แพทย์อาจตรวจความแข็งของตับที่เรียกว่า elastography หรือส่งพบผู้เชี่ยวชาญ
04

เริ่มดูแลอย่างเป็นระบบ

  • ลดน้ำหนักอย่างค่อยเป็นค่อยไปเมื่อเหมาะสม
  • ลดขนมหวาน เครื่องดื่มหวาน อาหารมันและแปรรูป
  • ออกกำลัง คุมเบาหวาน ไขมัน ความดัน และงดแอลกอฮอล์ตามคำแนะนำ

เรื่องสำคัญที่ควรรู้

จำประเด็นเหล่านี้ไว้ก่อน

01

ดูแผลเป็นในตับ ไม่ดูแค่ปริมาณไขมัน

แผลเป็นที่สะสมมากขึ้นสัมพันธ์กับความเสี่ยงตับแข็งและมะเร็งตับ

02

ลดน้ำหนักอย่างค่อยเป็นค่อยไปช่วยได้

เมื่อน้ำหนักเกิน การลดอย่างพอเหมาะร่วมกับการเคลื่อนไหวช่วยลดไขมันในตับและดูแลน้ำตาลกับไขมันในเลือด

03

ต้องดูแลหัวใจและหลอดเลือดด้วย

การควบคุมความดัน น้ำตาล ไขมัน และการไม่สูบบุหรี่สำคัญควบคู่กับการติดตามตับ

อาหารและการดูแลในชีวิตประจำวัน

เริ่มดูแลจากสิ่งที่ทำได้จริง

  • ลดเครื่องดื่มหวาน ขนมหวาน อาหารมัน และอาหารแปรรูปสูง เพิ่มผัก ถั่ว ธัญพืชไม่ขัดสี ปลา และอาหารปรุงน้อย
  • หลีกเลี่ยงแอลกอฮอล์เมื่อมีพังผืดหรือตับอักเสบ และไม่ใช้สมุนไพรดีท็อกซ์โดยไม่ตรวจความปลอดภัยต่อตับ

อ่านต่ออย่างเข้าใจ

อ่านต่อให้ครบทั้งสุขภาพและผลิตภัณฑ์

แหล่งอ้างอิงหลัก

แหล่งข้อมูลที่ใช้ตรวจสอบ

  1. NIH · NIDDKNonalcoholic Fatty Liver Disease
  2. EASLMetabolic dysfunction-associated steatotic liver disease