ข้อมูลสุขภาพแบบเข้าใจง่าย

โลหิตจางจากขาดธาตุเหล็ก

ธาตุเหล็กไม่พอทำให้สร้างฮีโมโกลบินได้น้อย เลือดขนส่งออกซิเจนลดลง และต้องค้นหาว่าขาดจากอาหาร การดูดซึม หรือการเสียเลือด

ภาพไขกระดูกและหลอดเลือด แสดงการสร้างเม็ดเลือดแดงที่เล็กและซีดเมื่อธาตุเหล็กไม่พอ ในภาพรวมอวัยวะและระบบที่เกี่ยวข้อง

สรุปก่อนอ่านต่อ

เรื่องนี้คืออะไร และสำคัญอย่างไร

อาการที่พบบ่อยคือเหนื่อยง่าย ใจสั่น ซีด ปวดศีรษะ สมาธิลด หอบเวลาออกแรง มือเท้าเย็น หรืออยากกินสิ่งที่ไม่ใช่อาหาร เช่น น้ำแข็ง แต่บางคนไม่มีอาการจนระดับฮีโมโกลบินต่ำมาก

สาเหตุสำคัญ ได้แก่ ประจำเดือนมาก เลือดออกในทางเดินอาหาร ตั้งครรภ์ รับธาตุเหล็กไม่พอ หรือดูดซึมผิดปกติ การตรวจ CBC และ ferritin ช่วยประเมิน แต่ค่าต้องแปลร่วมกับการอักเสบและประวัติ

คำศัพท์สุขภาพ

01
CBC และ MCV
CBC คือการตรวจความสมบูรณ์ของเม็ดเลือด ส่วน MCV บอกขนาดเฉลี่ยของเม็ดเลือดแดง ช่วยแยกสาเหตุของภาวะซีดร่วมกับผลตรวจอื่น

เกิดอะไรขึ้นในร่างกาย

อธิบายกลไกทีละขั้น

การขาดธาตุเหล็กไม่ใช่เพียงเรื่องกินไม่พอ อาจเกิดจากเสียเลือด ประจำเดือนมาก เลือดออกทางเดินอาหาร การตั้งครรภ์ หรือดูดซึมผิดปกติ จึงควรหาสาเหตุ ไม่ซื้อธาตุเหล็กรับประทานยาวเอง

01

ธาตุเหล็กสะสมลด

เฟอร์ริตินลดก่อน แล้วธาตุเหล็กที่ส่งให้ไขกระดูกจึงไม่พอ

02

ฮีโมโกลบินสร้างได้น้อย

เม็ดเลือดแดงรุ่นใหม่มีขนาดเล็กและสีจางลง

03

เนื้อเยื่อได้รับออกซิเจนน้อย

หัวใจและการหายใจต้องทำงานมากขึ้น จึงเหนื่อย ใจสั่น หรือเวียนศีรษะ

ภาพไขกระดูกและหลอดเลือด แสดงการสร้างเม็ดเลือดแดงที่เล็กและซีดเมื่อธาตุเหล็กไม่พอ
ธาตุเหล็กเป็นส่วนสำคัญของฮีโมโกลบินที่พาออกซิเจน เมื่อธาตุเหล็กสะสมลดลง ไขกระดูกสร้างเม็ดเลือดแดงที่เล็ก ซีด และพาออกซิเจนได้น้อยลง

ค่าหรือเกณฑ์ที่ควรรู้

แยกให้ชัดว่าโลหิตจางหรือไม่ เหล็กสำรองต่ำหรือไม่ และเสียเลือดจากที่ใด

ฮีโมโกลบินบอกความเข้มข้นของเลือด ส่วน ferritin บอกเหล็กสำรอง แต่การอักเสบอาจทำให้ ferritin ดูสูงกว่าความจริง

01

ฮีโมโกลบิน Hb

หน่วยกรัมต่อเดซิลิตรตามเกณฑ์ WHO

ช่วงอ้างอิง
โลหิตจางคือชายต่ำกว่า 13 g/dL หญิงที่ไม่ตั้งครรภ์ต่ำกว่า 12 g/dL และหญิงตั้งครรภ์ต่ำกว่า 11 g/dL
ควรนัดประเมิน
ความรุนแรงต้องดูอายุ อาการ โรคหัวใจ ความเร็วที่ลด และสาเหตุ ไม่ใช้ค่าเดียวตัดสินให้เลือด
ควรประเมินเร่งด่วน
เจ็บหน้าอก เป็นลม หอบขณะพัก ใจสั่นมาก ถ่ายดำ หรือมีเลือดออกต่อเนื่องต้องประเมินเร่งด่วน
02

Ferritin

โปรตีนสะท้อนเหล็กสะสม

ช่วงอ้างอิง
ต่ำกว่า 15 µg/L ในผู้ใหญ่สนับสนุนว่าเหล็กสำรองหมดตามเกณฑ์ WHO
ควรนัดประเมิน
ค่าที่ไม่ต่ำไม่ได้ตัดขาดธาตุเหล็กเมื่อมีการอักเสบ โรคไต หรือตับ ต้องดู transferrin saturation และผลอื่น
ควรประเมินเร่งด่วน
ผู้ชายและหญิงหลังหมดประจำเดือนที่ขาดเหล็กต้องหาสาเหตุเสียเลือดทางเดินอาหาร ไม่ควรเติมเหล็กอย่างเดียว

สาเหตุ · อาการ · การตรวจ · การดูแล

ดูข้อมูลสำคัญในที่เดียว

01

สาเหตุและปัจจัยที่เกี่ยวข้อง

  • ประจำเดือนมากหรือเลือดออกจากทางเดินอาหาร
  • อาหารธาตุเหล็กต่ำ ความต้องการเพิ่มในครรภ์หรือวัยเติบโต
  • โรคกระเพาะ ลำไส้ หรือการผ่าตัดที่ทำให้ดูดซึมลด
02

อาการที่พบบ่อย

  • ซีด เหนื่อยง่าย หอบเมื่อออกแรง หรือใจสั่น
  • เวียนศีรษะ ปวดศีรษะ มือเท้าเย็น
  • เล็บเปราะ ลิ้นเจ็บ หรืออยากกินของที่ไม่ใช่อาหารในบางคน
03

แพทย์ตรวจอย่างไร

  • CBC ดูฮีโมโกลบิน ขนาดและสีเม็ดเลือด
  • ferritin และการตรวจธาตุเหล็กยืนยันภาวะขาด
  • หาสาเหตุเสียเลือด รวมถึงประจำเดือนและทางเดินอาหารตามวัยกับความเสี่ยง
04

เริ่มดูแลอย่างเป็นระบบ

  • เพิ่มอาหารที่มีธาตุเหล็กและวิตามินซีตามความเหมาะสม
  • รับประทานธาตุเหล็กตามขนาดและระยะที่แพทย์แนะนำ
  • ถ่ายดำจากเลือด อาเจียนเลือด เจ็บหน้าอก เป็นลม หรือหอบขณะพักให้ไปโรงพยาบาล

เรื่องสำคัญที่ควรรู้

จำประเด็นเหล่านี้ไว้ก่อน

01

ต้องหาต้นเหตุ ไม่ใช่เติมเหล็กอย่างเดียว

ในผู้ชายหรือหญิงหลังหมดประจำเดือน การขาดธาตุเหล็กมักต้องประเมินเลือดออกในทางเดินอาหารตามความเหมาะสม

02

Ferritin บอกคลังเหล็กแต่ถูกการอักเสบรบกวนได้

แพทย์อาจดู transferrin saturation รูปร่างเม็ดเลือด และตัวชี้วัดอื่นร่วมกันเมื่อมีโรคอักเสบเรื้อรัง

03

การตอบสนองต่อธาตุเหล็กต้องติดตาม

หากฮีโมโกลบินหรืออาการไม่ดีขึ้น ต้องทบทวนความสม่ำเสมอ การดูดซึม การเสียเลือดต่อเนื่อง และการวินิจฉัยอื่น

อาหารและการดูแลในชีวิตประจำวัน

เติมธาตุเหล็กให้พอ พร้อมหยุดสาเหตุที่ทำให้สูญเสีย

  • เลือกแหล่งธาตุเหล็กจากเนื้อไม่ติดมัน ปลา ไข่ ถั่ว เต้าหู้ เมล็ดพืช และผักใบเขียว กินคู่แหล่งวิตามินซีเพื่อช่วยการดูดซึม
  • เว้นชา กาแฟ และแคลเซียมขนาดสูงออกจากมื้อหรือเวลารับธาตุเหล็ก และไม่ควรเสริมขนาดสูงก่อนยืนยัน เพราะธาตุเหล็กเกินมีอันตรายได้

อ่านต่ออย่างเข้าใจ

อ่านต่อให้ครบทั้งสุขภาพและผลิตภัณฑ์

แหล่งอ้างอิงหลัก

แหล่งข้อมูลที่ใช้ตรวจสอบ

  1. NIH · NHLBIIron-Deficiency Anemia