ข้อมูลสุขภาพแบบเข้าใจง่าย

ลิ่มเลือดอุดตันในหลอดเลือดดำส่วนลึก

ลิ่มเลือดที่มักเกิดในหลอดเลือดดำลึกของขา อาจไม่มีอาการ หรือทำให้ขาข้างเดียวบวม ปวด อุ่น และสีผิวเปลี่ยน ต้องตรวจเร็วเพราะลิ่มเลือดอาจหลุดไปปอด

ภาพกายวิภาคขาส่วนลึก แสดงลิ่มเลือดในหลอดเลือดดำและทางไหลกลับสู่ปอด ในภาพรวมอวัยวะและระบบที่เกี่ยวข้อง

สรุปก่อนอ่านต่อ

เรื่องนี้คืออะไร และสำคัญอย่างไร

DVT คือลิ่มเลือดในหลอดเลือดดำลึก มักพบที่น่อง ต้นขา หรือเชิงกราน ความเสี่ยงเพิ่มเมื่อเคลื่อนไหวน้อยหลังผ่าตัดหรือนอนพักนาน เดินทางไกล มีมะเร็ง ตั้งครรภ์ ใช้ฮอร์โมน หรือเคยมีลิ่มเลือดมาก่อน

อาการคล้ายกล้ามเนื้อบาดเจ็บหรือการติดเชื้อได้ จึงวินิจฉัยจากอาการอย่างเดียวไม่ได้ แพทย์อาจใช้การตรวจเลือดและอัลตราซาวนด์ตามความเสี่ยงของแต่ละคน

คำศัพท์สุขภาพ

01
DVT
ลิ่มเลือดที่เกิดในหลอดเลือดดำส่วนลึก มักพบที่ขาและอาจเป็นอันตรายหากลิ่มเลือดหลุดไปอุดหลอดเลือดที่ปอด

เกิดอะไรขึ้นในร่างกาย

อธิบายกลไกทีละขั้น

DVT อาจทำให้ขาข้างเดียวบวม ปวด หรืออุ่น แต่บางคนแทบไม่มีอาการ ภาวะอันตรายคือชิ้นลิ่มเลือดเดินทางไปอุดหลอดเลือดปอด จึงไม่ควรนวดขาหรือรอดูเองเมื่อสงสัย

01

เลือดไหลช้าลง

การนั่งหรือนอนนิ่งนานทำให้เลือดค้างบริเวณหลอดเลือดดำลึกและหลังลิ้นหลอดเลือด

02

ลิ่มเลือดก่อตัว

เกล็ดเลือดและโปรตีนการแข็งตัวรวมกันเป็นลิ่มที่ขวางทางไหล

03

ลิ่มอาจเคลื่อนไปปอด

ชิ้นลิ่มที่หลุดจะไหลผ่านหัวใจขวาไปยังหลอดเลือดปอด

ภาพกายวิภาคขาส่วนลึก แสดงลิ่มเลือดในหลอดเลือดดำและทางไหลกลับสู่ปอด
ลิ่มเลือดอุดตันหลอดเลือดดำส่วนลึกมักเกิดที่ขา เมื่อเลือดไหลช้า ผนังหลอดเลือดบาดเจ็บ หรือเลือดแข็งตัวง่ายขึ้น ลิ่มอาจขวางทางไหลและบางส่วนหลุดไปปอดได้

ค่าหรือเกณฑ์ที่ควรรู้

คะแนนความเสี่ยงช่วยเลือกการตรวจ แต่ไม่มีตัวเลขจากบ้านที่ตัดลิ่มเลือดได้

การวินิจฉัย DVT ใช้ประวัติ ตรวจร่างกาย คะแนนความน่าจะเป็น D-dimer และอัลตราซาวนด์ตามลำดับที่เหมาะสม

01

ความต่างของรอบน่อง

วัดระดับเดียวกันทั้งสองข้าง

ช่วงอ้างอิง
น่องต่างกันเล็กน้อยอาจเกิดได้ตามธรรมชาติ
ควรนัดประเมิน
ต่างมากกว่า 3 ซม. เป็นเพียงหนึ่งองค์ประกอบของ Wells score ไม่ใช่คำวินิจฉัย
ควรประเมินเร่งด่วน
บวมข้างเดียวใหม่ร่วมกับปวด แดง หรือมีความเสี่ยงจากผ่าตัดและนอนนานควรประเมินวันเดียวกัน
02

สัญญาณลิ่มเลือดไปปอด

การหายใจและการไหลเวียน

ช่วงอ้างอิง
DVT บางรายไม่มีอาการชัด
ควรนัดประเมิน
หอบใหม่ ชีพจรเร็ว หรือเจ็บหน้าอกต้องคิดถึง pulmonary embolism
ควรประเมินเร่งด่วน
หอบฉับพลัน เจ็บหน้าอก ไอเป็นเลือด เป็นลม หรือริมฝีปากเขียวให้โทรฉุกเฉิน

สาเหตุ · อาการ · การตรวจ · การดูแล

ดูข้อมูลสำคัญในที่เดียว

01

สาเหตุและปัจจัยที่เกี่ยวข้อง

  • ผ่าตัด นอนโรงพยาบาล เดินทางไกล หรือขยับตัวน้อย
  • มะเร็ง การตั้งครรภ์ ฮอร์โมนเอสโตรเจน และประวัติลิ่มเลือด
  • การบาดเจ็บ สูบบุหรี่ โรคอ้วน และความผิดปกติการแข็งตัวบางชนิด
02

อาการที่พบบ่อย

  • ขาข้างเดียวบวม ปวด กดเจ็บ หรืออุ่น
  • ผิวอาจแดงหรือสีเปลี่ยน
  • หอบ เจ็บหน้าอก ไอมีเลือด หรือเป็นลมอาจเป็นลิ่มเลือดอุดปอด
03

แพทย์ตรวจอย่างไร

  • ประเมินความเสี่ยงและตรวจร่างกาย
  • อัลตราซาวนด์หลอดเลือดดำเป็นการตรวจหลัก
  • ตรวจ D-dimer หรือภาพหลอดเลือดปอดตามความน่าจะเป็น
04

เริ่มดูแลอย่างเป็นระบบ

  • ลุกเดินและขยับขาเมื่อปลอดภัย โดยเฉพาะระหว่างเดินทาง
  • ใช้ยาต้านการแข็งตัวตามแพทย์สั่งและไม่หยุดเอง
  • หอบฉับพลัน เจ็บหน้าอก ไอมีเลือด หรือหมดสติให้เรียกรถฉุกเฉิน

เรื่องสำคัญที่ควรรู้

จำประเด็นเหล่านี้ไว้ก่อน

01

บางคนไม่มีอาการ

การไม่มีขาบวมหรือปวดไม่ได้ตัด DVT ออก โดยเฉพาะผู้ที่มีปัจจัยเสี่ยงชัดเจน

02

ข้างเดียวสำคัญ

ขาหรือแขนข้างเดียวบวม ปวด กดเจ็บ อุ่น หรือสีเปลี่ยนควรได้รับการประเมินโดยเร็ว

03

ลิ่มเลือดไปปอดเป็นภาวะฉุกเฉิน

หอบเฉียบพลัน เจ็บหน้าอกมากขึ้นเวลาหายใจ ไอเป็นเลือด หน้ามืด หรือเป็นลม อาจเป็นลิ่มเลือดอุดตันปอด

อาหารและการดูแลในชีวิตประจำวัน

เริ่มดูแลจากสิ่งที่ทำได้จริง

  • ลุกเดินและขยับขาตามคำแนะนำหลังผ่าตัด เจ็บป่วย หรือเมื่อต้องนั่งนาน พร้อมปรึกษาแพทย์หากมีความเสี่ยงสูง
  • หากใช้ยาต้านการแข็งตัวของเลือด ให้รับประทานตามแผนและถามทีมรักษาก่อนเปลี่ยนอาหารเสริมหรือยาชนิดอื่น เพราะอาจเพิ่มความเสี่ยงเลือดออก

อ่านต่ออย่างเข้าใจ

อ่านต่อให้ครบทั้งสุขภาพและผลิตภัณฑ์

แหล่งอ้างอิงหลัก

แหล่งข้อมูลที่ใช้ตรวจสอบ

  1. CDCAbout Venous Thromboembolism (Blood Clots)