ข้อมูลสุขภาพแบบเข้าใจง่าย
โรคไตเรื้อรัง
ไตเสื่อมมักเงียบในระยะแรก ความดัน เบาหวาน และการใช้ยาแก้ปวดบางชนิดเป็นปัจจัยสำคัญ การตรวจเลือดและปัสสาวะช่วยพบได้ก่อนมีอาการ

สรุปก่อนอ่านต่อ
เรื่องนี้คืออะไร และสำคัญอย่างไร
การคัดกรองดูทั้ง eGFR จากเลือดและอัลบูมินในปัสสาวะ เพราะบางคนค่าไตยังดูดีแต่เริ่มมีโปรตีนรั่ว หรือกลับกัน
เป้าหมายคือชะลอไตเสื่อม ลดหัวใจและหลอดเลือด และป้องกันภาวะแทรกซ้อนด้วยการคุมความดัน น้ำตาล ยา และอาหารแบบเฉพาะบุคคล
คำศัพท์สุขภาพ
- eGFR
- ค่าประเมินจากผลเลือดที่บอกโดยประมาณว่าไตกรองของเสียได้ดีเพียงใด ต้องดูแนวโน้มร่วมกับผลตรวจปัสสาวะ
- UACR หรือการตรวจโปรตีนรั่วในปัสสาวะ
- การตรวจเปรียบเทียบอัลบูมินกับครีอะตินีนในปัสสาวะ ช่วยค้นหาความเสียหายของไตที่อาจเกิดก่อนมีอาการ
- ยาแก้ปวดกลุ่ม NSAIDs
- ยาลดปวดและอักเสบที่ใช้บ่อย แต่มีความเสี่ยงต่อกระเพาะ ไต ความดัน และหัวใจ โดยเฉพาะเมื่อใช้ต่อเนื่องหรือใช้หลายชนิดซ้ำกัน
เกิดอะไรขึ้นในร่างกาย
อธิบายกลไกทีละขั้น
เบาหวานและความดันสูงเป็นสาเหตุใหญ่ แต่ไตอักเสบ นิ่ว อุดกั้น พันธุกรรม ยา และสมุนไพรบางชนิดก็เป็นได้ ระยะแรกมักไม่มีอาการ จึงต้องดู eGFR และอัลบูมินในปัสสาวะ
หน่วยไตเสียหาย
เส้นเลือดฝอยกรองรั่วหรือเกิดแผลเป็น
หน่วยที่เหลือกรองเกิน
การชดเชยช่วยระยะสั้นแต่เร่งความดันและการเสื่อมในไต
สมดุลทั้งร่างกายเปลี่ยน
น้ำ เกลือ กรด โพแทสเซียม เม็ดเลือด และกระดูกได้รับผลเมื่อโรคมากขึ้น

ค่าหรือเกณฑ์ที่ควรรู้
อ่าน eGFR คู่กับอัลบูมินในปัสสาวะและระยะเวลา
CKD หมายถึงความผิดปกติของโครงสร้างหรือการทำงานของไตที่คงอยู่อย่างน้อย 3 เดือน ค่า eGFR ครั้งเดียวจึงยังไม่พอ
eGFR
ค่าประมาณการกรองของไต หน่วย mL/min/1.73 m²
- ช่วงอ้างอิง
- ตั้งแต่ 60 ขึ้นไปอาจอยู่ในช่วงดี แต่ยังมี CKD ได้หากมีอัลบูมินหรือความผิดปกติอื่น
- ควรนัดประเมิน
- ต่ำกว่า 60 ต่อเนื่องอย่างน้อย 3 เดือนเข้าเกณฑ์ CKD และต่ำกว่า 30 ต้องวางแผนดูแลใกล้ชิด
- ควรประเมินเร่งด่วน
- ต่ำกว่า 15 อยู่ในระยะไตล้มเหลว แต่การตัดสินใจรักษาต้องดูอาการ โพแทสเซียม น้ำ และแนวโน้มร่วม
อัลบูมินต่อครีอะตินีนในปัสสาวะ
UACR หน่วย mg/g
- ช่วงอ้างอิง
- ต่ำกว่า 30 คือระดับ A1
- ควรนัดประเมิน
- 30–300 คือ A2 และมากกว่า 300 คือ A3 ซึ่งสัมพันธ์กับความเสี่ยงไตและหัวใจสูงขึ้น
- ควรประเมินเร่งด่วน
- ผลผิดปกติต้องยืนยันเพราะไข้ ออกกำลัง ประจำเดือน หรือการติดเชื้อทำให้สูงชั่วคราวได้
โพแทสเซียม
เกลือแร่ที่ไตช่วยควบคุม
- ช่วงอ้างอิง
- ช่วงอ้างอิงขึ้นกับห้องปฏิบัติการ โดยมักประมาณ 3.5–5.0 mmol/L
- ควรนัดประเมิน
- ค่าสูงหรือต่ำต้องทบทวนยา อาหาร และความถูกต้องของตัวอย่างเลือด
- ควรประเมินเร่งด่วน
- หัวใจเต้นผิดจังหวะ อ่อนแรงมาก หรือโพแทสเซียมสูงมากเป็นภาวะเร่งด่วน
สาเหตุ · อาการ · การตรวจ · การดูแล
ดูข้อมูลสำคัญในที่เดียว
สาเหตุและปัจจัยที่เกี่ยวข้อง
- เบาหวาน ความดันสูง และโรคหัวใจ
- ไตอักเสบ พันธุกรรม นิ่วหรือทางเดินปัสสาวะอุดกั้น
- ยาแก้ปวด NSAIDs สมุนไพรหรือสารที่ทำร้ายไต
อาการที่พบบ่อย
- ระยะแรกมักไม่มีอาการ
- บวม เหนื่อย คัน คลื่นไส้ หรือปัสสาวะเปลี่ยนเมื่อโรคมากขึ้น
- ปัสสาวะเป็นฟองอาจบอกโปรตีนรั่ว
แพทย์ตรวจอย่างไร
- eGFR และ urine albumin-to-creatinine ratio ซ้ำ
- ตรวจความดัน น้ำตาล เกลือแร่ และเม็ดเลือด
- อัลตราซาวนด์หรือเจาะชิ้นเนื้อในสาเหตุเฉพาะ
เริ่มดูแลอย่างเป็นระบบ
- คุมความดันและน้ำตาลด้วยยาที่ปกป้องไตเมื่อเหมาะสม
- ลดโซเดียมและปรับโปรตีน/โพแทสเซียมเฉพาะราย
- หลีกเลี่ยงยาทำร้ายไตและตรวจยาทุกชนิดกับทีมรักษา
เรื่องสำคัญที่ควรรู้
จำประเด็นเหล่านี้ไว้ก่อน
เบาหวานและความดันคือสาเหตุหลัก
การคุมสองเรื่องนี้ช่วยปกป้องทั้งไต หัวใจ และสมอง
ยาแก้ปวด NSAIDs ต้องระวัง
การใช้ต่อเนื่องหรือช่วงขาดน้ำอาจทำร้ายไต โดยเฉพาะผู้สูงอายุและผู้มีโรคไต
โพแทสเซียมและโปรตีนไม่ใช้สูตรเดียว
ข้อจำกัดขึ้นกับระยะโรค ผลเลือด และการฟอกไต จึงไม่ควรงดเอง
อาหารและการดูแลในชีวิตประจำวัน
เริ่มดูแลจากสิ่งที่ทำได้จริง
- ลดเค็มและอาหารแปรรูป พร้อมคุมหวาน มัน และน้ำหนักเพื่อดูแลความดันและเบาหวาน
- ปรึกษานักกำหนดอาหารโรคไตก่อนใช้เกลือทดแทน อาหารโปรตีนสูง สมุนไพร หรืออาหารเสริม เพราะอาจมีโพแทสเซียมหรือแร่ธาตุสูง
อ่านต่ออย่างเข้าใจ
อ่านต่อให้ครบทั้งสุขภาพและผลิตภัณฑ์
แหล่งอ้างอิงหลัก




















