ข้อมูลสุขภาพแบบเข้าใจง่าย
กระเพาะปัสสาวะอักเสบและการติดเชื้อทางเดินปัสสาวะ
เชื้อแบคทีเรียในกระเพาะปัสสาวะทำให้แสบขัด ปัสสาวะบ่อยหรือเร่งด่วน หากลามถึงไตอาจมีไข้และปวดสีข้าง

สรุปก่อนอ่านต่อ
เรื่องนี้คืออะไร และสำคัญอย่างไร
การติดเชื้อทางเดินปัสสาวะส่วนล่างมักทำให้แสบเวลาปัสสาวะ ปัสสาวะถี่ เร่งด่วน ปวดหน่วงท้องน้อย หรือปัสสาวะขุ่นและมีกลิ่น แต่อาการเหล่านี้อาจคล้ายช่องคลอดอักเสบ นิ่ว หรือโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ จึงควรประเมินตามบริบท
ผู้หญิงมีความเสี่ยงสูงจากโครงสร้างท่อปัสสาวะ ส่วนผู้ชาย เด็ก หญิงตั้งครรภ์ ผู้สูงอายุ ผู้มีเบาหวาน นิ่ว สายสวน หรือภูมิคุ้มกันต่ำต้องพิจารณาปัจจัยซับซ้อนมากขึ้น การตรวจปัสสาวะและเพาะเชื้อช่วยเลือกยาปฏิชีวนะเมื่อจำเป็น
เกิดอะไรขึ้นในร่างกาย
อธิบายกลไกทีละขั้น
แสบขัดหรือปัสสาวะบ่อยไม่ได้แปลว่าเป็น UTI ทุกครั้ง และปัสสาวะขุ่นหรือกลิ่นแรงอย่างเดียวไม่พอ โดยเฉพาะผู้สูงอายุควรดูอาการทางเดินปัสสาวะและผลตรวจร่วมกัน เพื่อลดการใช้ยาปฏิชีวนะเกินจำเป็น
เชื้อเข้าสู่ท่อปัสสาวะ
แบคทีเรียจากลำไส้เป็นสาเหตุพบบ่อยและสามารถเดินสวนทางขึ้นมา
กระเพาะปัสสาวะอักเสบ
เยื่อบุที่ระคายทำให้แสบ ปวดเร่งด่วน และถ่ายบ่อยครั้งละน้อย
เชื้ออาจขึ้นถึงไต
เมื่อเชื้อผ่านท่อไต จะเกิดไข้ ปวดสีข้าง และเสี่ยงติดเชื้อในเลือด

ค่าหรือเกณฑ์ที่ควรรู้
จำนวนเชื้อในปัสสาวะต้องอ่านร่วมกับอาการและวิธีเก็บ ไม่ใช้ตัวเลขเดียวตัดสินให้ยาทุกคน
ปัสสาวะแสบขัด ถี่ และปวดท้องน้อยเข้ากับกระเพาะปัสสาวะอักเสบ ส่วนไข้และปวดสีข้างชวนคิดถึงการติดเชื้อที่ไต
อาการทางเดินปัสสาวะส่วนล่าง
แสบขัด ถี่ ปวดปวดปัสสาวะ และปวดเหนือหัวหน่าว
- ช่วงอ้างอิง
- อาการใหม่หลายข้อเพิ่มความน่าจะเป็น แต่ยังต้องดูตกขาว โรคติดต่อ และโรคอื่น
- ควรนัดประเมิน
- อาการในผู้ชาย ผู้ตั้งครรภ์ ผู้สูงอายุเปราะบาง หรือผู้มีสายสวนควรประเมินเฉพาะบริบท
- ควรประเมินเร่งด่วน
- ไข้ ปวดหลังหรือสีข้าง อาเจียน ซึม หรือความดันตกอาจเป็นกรวยไตอักเสบหรือ sepsis
ผลเพาะเชื้อ
ชนิดและจำนวนเชื้อจากตัวอย่างที่เก็บถูกวิธี
- ช่วงอ้างอิง
- เชื้อในปัสสาวะโดยไม่มีอาการส่วนใหญ่ไม่ต้องใช้ยาปฏิชีวนะ ยกเว้นบางกลุ่มเช่นตั้งครรภ์หรือก่อนหัตถการ
- ควรนัดประเมิน
- อาการไม่ดีขึ้นหรือกลับซ้ำต้องทบทวนผลความไวต่อยาและสาเหตุแทรกซ้อน
- ควรประเมินเร่งด่วน
- อย่าใช้ยาปฏิชีวนะที่เหลือ เพราะชนิดและระยะรักษาแตกต่างกัน
สาเหตุ · อาการ · การตรวจ · การดูแล
ดูข้อมูลสำคัญในที่เดียว
สาเหตุและปัจจัยที่เกี่ยวข้อง
- เพศหญิง การมีเพศสัมพันธ์ และหลังหมดประจำเดือน
- ปัสสาวะค้าง ต่อมลูกหมากโต นิ่ว และสายสวน
- เบาหวาน การตั้งครรภ์ และความผิดปกติทางเดินปัสสาวะ
อาการที่พบบ่อย
- แสบขัด ปัสสาวะบ่อยหรือเร่งด่วน
- ปวดท้องน้อย ปัสสาวะเป็นเลือด
- ไข้ หนาวสั่น ปวดสีข้าง คลื่นไส้บ่งถึงไต
แพทย์ตรวจอย่างไร
- ซักอาการและตรวจปัสสาวะ
- เพาะเชื้อเมื่อซับซ้อน เป็นซ้ำ ตั้งครรภ์ หรือสงสัยไต
- ตรวจภาพเมื่อสงสัยนิ่ว อุดตัน หรือความผิดปกติโครงสร้าง
เริ่มดูแลอย่างเป็นระบบ
- ดื่มน้ำตามความเหมาะสมและไม่กลั้นปัสสาวะ
- รับยาตามชนิดและระยะเวลาที่แพทย์สั่ง ไม่ใช้ยาที่เหลือ
- ไข้ หนาวสั่น ปวดสีข้าง อาเจียน ซึม หรือความดันตกให้ไปโรงพยาบาล
เรื่องสำคัญที่ควรรู้
จำประเด็นเหล่านี้ไว้ก่อน
ไข้และปวดสีข้างอาจหมายถึงเชื้อขึ้นไต
อาการหนาวสั่น คลื่นไส้ อาเจียน หรือเจ็บหลังด้านข้างร่วมกับอาการปัสสาวะต้องประเมินเร็วเพื่อลดภาวะแทรกซ้อน
ปัสสาวะมีเชื้อแต่ไม่มีอาการไม่ใช่ทุกคนต้องใช้ยา
การรักษาขึ้นกับอาการ การตั้งครรภ์ และหัตถการทางเดินปัสสาวะ การใช้ยาโดยไม่จำเป็นเพิ่มเชื้อดื้อยา
กลับเป็นซ้ำต้องดูรูปแบบและปัจจัยร่วม
ควรทบทวนกิจกรรมทางเพศ วัยหมดประจำเดือน การกลั้นปัสสาวะ นิ่ว การถ่ายปัสสาวะไม่หมด และผลเพาะเชื้อเดิม
อาหารและการดูแลในชีวิตประจำวัน
ดื่มน้ำพอดี ไม่กลั้นปัสสาวะ และใช้ยาอย่างแม่นยำ
- ดื่มน้ำให้เพียงพอตามโรคประจำตัวและปัสสาวะเมื่อปวด ไม่ใช้เครื่องดื่มหวานหรืออาหารเสริมแทนยาปฏิชีวนะเมื่อแพทย์วินิจฉัยว่าจำเป็น
- อาหารสมดุลช่วยสุขภาพโดยรวม แต่ไม่มีอาหารชนิดเดียวรักษาการติดเชื้อได้ หากเป็นซ้ำควรหาปัจจัยร่วมแทนการซื้อยากินซ้ำเอง
อ่านต่ออย่างเข้าใจ
อ่านต่อให้ครบทั้งสุขภาพและผลิตภัณฑ์
แหล่งอ้างอิงหลัก




















