ข้อมูลสุขภาพแบบเข้าใจง่าย
เบาหวานชนิดที่ 2
เข้าใจภาวะดื้อต่ออินซูลิน การตรวจน้ำตาล และการดูแลที่เชื่อมอาหาร การเคลื่อนไหว การนอน ยา และการติดตามภาวะแทรกซ้อน

สรุปก่อนอ่านต่อ
เรื่องนี้คืออะไร และสำคัญอย่างไร
เบาหวานชนิดที่ 2 เกิดเมื่อร่างกายใช้อินซูลินได้ไม่ดีหรือสร้างไม่พอ ทำให้น้ำตาลค้างในเลือด อาการอาจค่อยเป็นค่อยไปจนไม่รู้ตัว จึงต้องอาศัยการตรวจเลือดเพื่อวินิจฉัย
เป้าหมายไม่ได้มีเพียงลดน้ำตาล แต่รวมถึงการปกป้องหัวใจ ไต ดวงตา เส้นประสาท และเท้า ด้วยการดูแลตัวเลขหลายด้านพร้อมกัน
คำศัพท์สุขภาพ
- ภาวะดื้อต่ออินซูลิน
- ภาวะที่เซลล์ตอบสนองต่ออินซูลินได้ไม่ดี ร่างกายจึงต้องใช้อินซูลินมากขึ้นเพื่อควบคุมน้ำตาลในเลือด
- เบต้าเซลล์
- เซลล์ในตับอ่อนที่สร้างอินซูลินเพื่อช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด
- HbA1c
- ค่าน้ำตาลสะสมที่สะท้อนระดับน้ำตาลเฉลี่ยในช่วงประมาณ 2 ถึง 3 เดือน ใช้วินิจฉัยหรือติดตามเบาหวานร่วมกับข้อมูลอื่น
เกิดอะไรขึ้นในร่างกาย
อธิบายกลไกทีละขั้น
เบาหวานชนิดที่ 2 พัฒนาต่อเนื่องหลายปีจากภาวะดื้อต่ออินซูลินร่วมกับการเสื่อมของเบต้าเซลล์ พันธุกรรมมีบทบาท แต่การนอน น้ำหนัก ไขมันในตับ อาหาร และกิจกรรมกำหนดความเร็วของโรคได้มาก
เซลล์ดื้อต่ออินซูลิน
กล้ามเนื้อรับน้ำตาลน้อยลง ตับยังปล่อยน้ำตาลแม้ไม่จำเป็น
ตับอ่อนเร่งชดเชย
เบต้าเซลล์หลั่งอินซูลินมากขึ้นเพื่อคุมระดับน้ำตาล
การชดเชยไม่พอ
น้ำตาลสูงหลังอาหารและตอนอดอาหาร ทำร้ายหลอดเลือดเล็กและใหญ่ในระยะยาว

ค่าหรือเกณฑ์ที่ควรรู้
อ่านน้ำตาลให้ครบทั้งค่าปัจจุบันและค่าเฉลี่ยสามเดือน
การวินิจฉัยมักต้องยืนยันซ้ำหากไม่มีอาการชัด และเป้าหมายหลังวินิจฉัยอาจต่างกันตามอายุ ยา และโรคร่วม
HbA1c
ค่าเฉลี่ยน้ำตาลประมาณ 2–3 เดือน
- ช่วงอ้างอิง
- ต่ำกว่า 5.7% อยู่ในช่วงปกติ
- ควรนัดประเมิน
- 5.7–6.4% คือก่อนเบาหวาน และตั้งแต่ 6.5% เข้าเกณฑ์เบาหวานเมื่อยืนยันตามมาตรฐาน
- ควรประเมินเร่งด่วน
- ผู้เป็นเบาหวานส่วนใหญ่มักตั้งเป้าราว 7% หรือต่ำกว่า แต่ต้องปรับเฉพาะบุคคลเพื่อหลีกเลี่ยงน้ำตาลต่ำ
น้ำตาลอดอาหาร
งดพลังงานอย่างน้อย 8 ชั่วโมง
- ช่วงอ้างอิง
- ต่ำกว่า 100 mg/dL อยู่ในช่วงปกติ
- ควรนัดประเมิน
- 100–125 คือก่อนเบาหวาน และตั้งแต่ 126 mg/dL เข้าเกณฑ์เบาหวานเมื่อยืนยัน
- ควรประเมินเร่งด่วน
- ต่ำกว่า 70 mg/dL คือภาวะน้ำตาลต่ำ โดยเฉพาะเมื่อมีสั่น เหงื่อออก สับสน หรือหมดสติ ต้องแก้ไขทันที
BMI สำหรับผู้ใหญ่เอเชีย
น้ำหนัก (กก.) ÷ ส่วนสูง² (เมตร)
- ช่วงอ้างอิง
- ต่ำกว่า 18.5 คือน้ำหนักน้อย ส่วนช่วง 18.5–22.9 เป็นช่วงก่อนจุดเฝ้าระวังของคนเอเชีย
- ควรนัดประเมิน
- ตั้งแต่ 23 เริ่มเป็นจุดเฝ้าระวัง และตั้งแต่ 27.5 เป็นจุดความเสี่ยงสูงตามเกณฑ์ปฏิบัติการสำหรับประชากรเอเชีย
- ควรประเมินเร่งด่วน
- BMI ไม่ใช่เลขฉุกเฉินและไม่บอกไขมันช่องท้อง ต้องอ่านร่วมกับรอบเอว ความดัน น้ำตาล และไขมัน
รอบเอว
วัดกึ่งกลางระหว่างชายโครงล่างกับขอบกระดูกสะโพก
- ช่วงอ้างอิง
- สำหรับผู้ใหญ่เอเชีย ผู้ชายควรต่ำกว่า 90 ซม. และผู้หญิงควรต่ำกว่า 80 ซม.
- ควรนัดประเมิน
- ตั้งแต่ 90 ซม. ในผู้ชายหรือตั้งแต่ 80 ซม. ในผู้หญิง บ่งชี้ความเสี่ยงเมตาบอลิกสูงขึ้น
- ควรประเมินเร่งด่วน
- รอบเอวไม่ใช่คำวินิจฉัยเดี่ยว หากสูงควรตรวจความดัน น้ำตาล และไขมันร่วมกัน
สาเหตุ · อาการ · การตรวจ · การดูแล
ดูข้อมูลสำคัญในที่เดียว
สาเหตุและปัจจัยที่เกี่ยวข้อง
- ประวัติครอบครัว อายุ และเบาหวานขณะตั้งครรภ์
- ไขมันช่องท้อง ไขมันพอกตับ และการไม่ค่อยเคลื่อนไหว
- นอนน้อย หยุดหายใจขณะหลับ อาหารหวานและแปรรูปสูง
อาการที่พบบ่อย
- หิวน้ำ ปัสสาวะบ่อย น้ำหนักลด หรือแผลหายช้า
- ตาพร่า ชาปลายมือปลายเท้า หรือติดเชื้อบ่อย
- ระยะแรกอาจไม่มีอาการ
แพทย์ตรวจอย่างไร
- HbA1c น้ำตาลอดอาหาร หรือการทดสอบน้ำตาลตามเกณฑ์
- ยืนยันซ้ำหากไม่มีอาการชัด
- ติดตามไต ตา เท้า ความดัน และไขมัน
เริ่มดูแลอย่างเป็นระบบ
- ลดเครื่องดื่มหวานและจัดคาร์โบไฮเดรตให้พอดี
- เดินหลังอาหาร ฝึกแรงต้าน และลดน้ำหนักเมื่อเหมาะสม
- ใช้ยาและตรวจติดตามตามเป้าหมายเฉพาะบุคคล
เรื่องสำคัญที่ควรรู้
จำประเด็นเหล่านี้ไว้ก่อน
วินิจฉัยด้วยการตรวจเลือด
ความง่วงหลังอาหารหรือชอบของหวานไม่เพียงพอสำหรับวินิจฉัยเบาหวาน
อาหารไม่ใช่เรื่องห้ามอย่างเดียว
โครงสร้างมื้อ ปริมาณ และความสม่ำเสมอสำคัญกว่าการตัดอาหารทุกชนิด
ติดตามอวัยวะเป้าหมาย
ผลตา ไต เท้า ความดัน และไขมันควรอยู่ในแผนเดียวกัน
อาหารและการดูแลในชีวิตประจำวัน
เริ่มดูแลจากสิ่งที่ทำได้จริง
- ลดขนมหวาน เครื่องดื่มหวาน อาหารมัน และอาหารแปรรูปสูง แล้วเพิ่มผัก ถั่ว ธัญพืชไม่ขัดสี และโปรตีนที่เหมาะกับโรคร่วม
- แบ่งคาร์โบไฮเดรตให้สม่ำเสมอและดูผลน้ำตาลจริง แทนการเชื่อว่าอาหารชนิดเดียวทำให้น้ำตาลดีหรือแย่เสมอ
- ยาและอินซูลินไม่ควรถูกลดหรือหยุดจากคำแนะนำออนไลน์หรือจากอาหารเสริม
อ่านต่ออย่างเข้าใจ
อ่านต่อให้ครบทั้งสุขภาพและผลิตภัณฑ์
เลือกผลิตภัณฑ์จากข้อมูลฉลาก
เลือกสูตรจากข้อมูลที่ตรวจสอบได้
อาหารที่หลากหลายยังเป็นพื้นฐาน ผลิตภัณฑ์ด้านล่างจัดไว้เป็นทางเลือกสำหรับอ่านรายละเอียดสูตร เปรียบเทียบรูปแบบ และตรวจข้อมูลฉลากต่อ
ดูสิ่งที่รับประทานเป็นประจำ ก่อนตัดสินใจว่าต้องการเสริมส่วนใด
เทียบส่วนประกอบ ปริมาณ รูปแบบผลิตภัณฑ์ และคำเตือนบนฉลาก
หากมีโรคประจำตัว ใช้ยา หรือมีแผนผ่าตัด ควรตรวจสอบกับบุคลากรทางการแพทย์
ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารเป็นทางเลือกเสริมจากอาหารและกิจวัตร ควรใช้ตามฉลาก และดูแลร่วมกับแผนการรักษาเมื่อมีโรคประจำตัว
แหล่งอ้างอิงหลัก




















