ข้อมูลสุขภาพแบบเข้าใจง่าย

เบาหวานชนิดที่ 2

เข้าใจภาวะดื้อต่ออินซูลิน การตรวจน้ำตาล และการดูแลที่เชื่อมอาหาร การเคลื่อนไหว การนอน ยา และการติดตามภาวะแทรกซ้อน

ภาพอินซูลิน ตับอ่อน ตับ และกล้ามเนื้อในภาวะดื้อต่ออินซูลิน ในภาพรวมอวัยวะและระบบที่เกี่ยวข้อง

สรุปก่อนอ่านต่อ

เรื่องนี้คืออะไร และสำคัญอย่างไร

เบาหวานชนิดที่ 2 เกิดเมื่อร่างกายใช้อินซูลินได้ไม่ดีหรือสร้างไม่พอ ทำให้น้ำตาลค้างในเลือด อาการอาจค่อยเป็นค่อยไปจนไม่รู้ตัว จึงต้องอาศัยการตรวจเลือดเพื่อวินิจฉัย

เป้าหมายไม่ได้มีเพียงลดน้ำตาล แต่รวมถึงการปกป้องหัวใจ ไต ดวงตา เส้นประสาท และเท้า ด้วยการดูแลตัวเลขหลายด้านพร้อมกัน

คำศัพท์สุขภาพ

01
ภาวะดื้อต่ออินซูลิน
ภาวะที่เซลล์ตอบสนองต่ออินซูลินได้ไม่ดี ร่างกายจึงต้องใช้อินซูลินมากขึ้นเพื่อควบคุมน้ำตาลในเลือด
02
เบต้าเซลล์
เซลล์ในตับอ่อนที่สร้างอินซูลินเพื่อช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด
03
HbA1c
ค่าน้ำตาลสะสมที่สะท้อนระดับน้ำตาลเฉลี่ยในช่วงประมาณ 2 ถึง 3 เดือน ใช้วินิจฉัยหรือติดตามเบาหวานร่วมกับข้อมูลอื่น

เกิดอะไรขึ้นในร่างกาย

อธิบายกลไกทีละขั้น

เบาหวานชนิดที่ 2 พัฒนาต่อเนื่องหลายปีจากภาวะดื้อต่ออินซูลินร่วมกับการเสื่อมของเบต้าเซลล์ พันธุกรรมมีบทบาท แต่การนอน น้ำหนัก ไขมันในตับ อาหาร และกิจกรรมกำหนดความเร็วของโรคได้มาก

01

เซลล์ดื้อต่ออินซูลิน

กล้ามเนื้อรับน้ำตาลน้อยลง ตับยังปล่อยน้ำตาลแม้ไม่จำเป็น

02

ตับอ่อนเร่งชดเชย

เบต้าเซลล์หลั่งอินซูลินมากขึ้นเพื่อคุมระดับน้ำตาล

03

การชดเชยไม่พอ

น้ำตาลสูงหลังอาหารและตอนอดอาหาร ทำร้ายหลอดเลือดเล็กและใหญ่ในระยะยาว

ภาพอินซูลิน ตับอ่อน ตับ และกล้ามเนื้อในภาวะดื้อต่ออินซูลิน
อินซูลินเป็นกุญแจพากลูโคสเข้าสู่เซลล์ เมื่อกล้ามเนื้อ ตับ และไขมันตอบสนองลดลง ตับอ่อนต้องผลิตมากขึ้น จนท้ายที่สุดชดเชยไม่พอ

ค่าหรือเกณฑ์ที่ควรรู้

อ่านน้ำตาลให้ครบทั้งค่าปัจจุบันและค่าเฉลี่ยสามเดือน

การวินิจฉัยมักต้องยืนยันซ้ำหากไม่มีอาการชัด และเป้าหมายหลังวินิจฉัยอาจต่างกันตามอายุ ยา และโรคร่วม

01

HbA1c

ค่าเฉลี่ยน้ำตาลประมาณ 2–3 เดือน

ช่วงอ้างอิง
ต่ำกว่า 5.7% อยู่ในช่วงปกติ
ควรนัดประเมิน
5.7–6.4% คือก่อนเบาหวาน และตั้งแต่ 6.5% เข้าเกณฑ์เบาหวานเมื่อยืนยันตามมาตรฐาน
ควรประเมินเร่งด่วน
ผู้เป็นเบาหวานส่วนใหญ่มักตั้งเป้าราว 7% หรือต่ำกว่า แต่ต้องปรับเฉพาะบุคคลเพื่อหลีกเลี่ยงน้ำตาลต่ำ
02

น้ำตาลอดอาหาร

งดพลังงานอย่างน้อย 8 ชั่วโมง

ช่วงอ้างอิง
ต่ำกว่า 100 mg/dL อยู่ในช่วงปกติ
ควรนัดประเมิน
100–125 คือก่อนเบาหวาน และตั้งแต่ 126 mg/dL เข้าเกณฑ์เบาหวานเมื่อยืนยัน
ควรประเมินเร่งด่วน
ต่ำกว่า 70 mg/dL คือภาวะน้ำตาลต่ำ โดยเฉพาะเมื่อมีสั่น เหงื่อออก สับสน หรือหมดสติ ต้องแก้ไขทันที
03

BMI สำหรับผู้ใหญ่เอเชีย

น้ำหนัก (กก.) ÷ ส่วนสูง² (เมตร)

ช่วงอ้างอิง
ต่ำกว่า 18.5 คือน้ำหนักน้อย ส่วนช่วง 18.5–22.9 เป็นช่วงก่อนจุดเฝ้าระวังของคนเอเชีย
ควรนัดประเมิน
ตั้งแต่ 23 เริ่มเป็นจุดเฝ้าระวัง และตั้งแต่ 27.5 เป็นจุดความเสี่ยงสูงตามเกณฑ์ปฏิบัติการสำหรับประชากรเอเชีย
ควรประเมินเร่งด่วน
BMI ไม่ใช่เลขฉุกเฉินและไม่บอกไขมันช่องท้อง ต้องอ่านร่วมกับรอบเอว ความดัน น้ำตาล และไขมัน
04

รอบเอว

วัดกึ่งกลางระหว่างชายโครงล่างกับขอบกระดูกสะโพก

ช่วงอ้างอิง
สำหรับผู้ใหญ่เอเชีย ผู้ชายควรต่ำกว่า 90 ซม. และผู้หญิงควรต่ำกว่า 80 ซม.
ควรนัดประเมิน
ตั้งแต่ 90 ซม. ในผู้ชายหรือตั้งแต่ 80 ซม. ในผู้หญิง บ่งชี้ความเสี่ยงเมตาบอลิกสูงขึ้น
ควรประเมินเร่งด่วน
รอบเอวไม่ใช่คำวินิจฉัยเดี่ยว หากสูงควรตรวจความดัน น้ำตาล และไขมันร่วมกัน

สาเหตุ · อาการ · การตรวจ · การดูแล

ดูข้อมูลสำคัญในที่เดียว

01

สาเหตุและปัจจัยที่เกี่ยวข้อง

  • ประวัติครอบครัว อายุ และเบาหวานขณะตั้งครรภ์
  • ไขมันช่องท้อง ไขมันพอกตับ และการไม่ค่อยเคลื่อนไหว
  • นอนน้อย หยุดหายใจขณะหลับ อาหารหวานและแปรรูปสูง
02

อาการที่พบบ่อย

  • หิวน้ำ ปัสสาวะบ่อย น้ำหนักลด หรือแผลหายช้า
  • ตาพร่า ชาปลายมือปลายเท้า หรือติดเชื้อบ่อย
  • ระยะแรกอาจไม่มีอาการ
03

แพทย์ตรวจอย่างไร

  • HbA1c น้ำตาลอดอาหาร หรือการทดสอบน้ำตาลตามเกณฑ์
  • ยืนยันซ้ำหากไม่มีอาการชัด
  • ติดตามไต ตา เท้า ความดัน และไขมัน
04

เริ่มดูแลอย่างเป็นระบบ

  • ลดเครื่องดื่มหวานและจัดคาร์โบไฮเดรตให้พอดี
  • เดินหลังอาหาร ฝึกแรงต้าน และลดน้ำหนักเมื่อเหมาะสม
  • ใช้ยาและตรวจติดตามตามเป้าหมายเฉพาะบุคคล

เรื่องสำคัญที่ควรรู้

จำประเด็นเหล่านี้ไว้ก่อน

01

วินิจฉัยด้วยการตรวจเลือด

ความง่วงหลังอาหารหรือชอบของหวานไม่เพียงพอสำหรับวินิจฉัยเบาหวาน

02

อาหารไม่ใช่เรื่องห้ามอย่างเดียว

โครงสร้างมื้อ ปริมาณ และความสม่ำเสมอสำคัญกว่าการตัดอาหารทุกชนิด

03

ติดตามอวัยวะเป้าหมาย

ผลตา ไต เท้า ความดัน และไขมันควรอยู่ในแผนเดียวกัน

อาหารและการดูแลในชีวิตประจำวัน

เริ่มดูแลจากสิ่งที่ทำได้จริง

  • ลดขนมหวาน เครื่องดื่มหวาน อาหารมัน และอาหารแปรรูปสูง แล้วเพิ่มผัก ถั่ว ธัญพืชไม่ขัดสี และโปรตีนที่เหมาะกับโรคร่วม
  • แบ่งคาร์โบไฮเดรตให้สม่ำเสมอและดูผลน้ำตาลจริง แทนการเชื่อว่าอาหารชนิดเดียวทำให้น้ำตาลดีหรือแย่เสมอ
  • ยาและอินซูลินไม่ควรถูกลดหรือหยุดจากคำแนะนำออนไลน์หรือจากอาหารเสริม

อ่านต่ออย่างเข้าใจ

อ่านต่อให้ครบทั้งสุขภาพและผลิตภัณฑ์

เลือกผลิตภัณฑ์จากข้อมูลฉลาก

เลือกสูตรจากข้อมูลที่ตรวจสอบได้

อาหารที่หลากหลายยังเป็นพื้นฐาน ผลิตภัณฑ์ด้านล่างจัดไว้เป็นทางเลือกสำหรับอ่านรายละเอียดสูตร เปรียบเทียบรูปแบบ และตรวจข้อมูลฉลากต่อ

01
เริ่มจากอาหารเริ่มจากอาหารและกิจวัตรจริง

ดูสิ่งที่รับประทานเป็นประจำ ก่อนตัดสินใจว่าต้องการเสริมส่วนใด

02
อ่านสูตรให้ครบอ่านสูตรต่อหน่วยบริโภค

เทียบส่วนประกอบ ปริมาณ รูปแบบผลิตภัณฑ์ และคำเตือนบนฉลาก

03
เช็กความเหมาะสมทบทวนความเหมาะสมของคุณ

หากมีโรคประจำตัว ใช้ยา หรือมีแผนผ่าตัด ควรตรวจสอบกับบุคลากรทางการแพทย์

ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารเป็นทางเลือกเสริมจากอาหารและกิจวัตร ควรใช้ตามฉลาก และดูแลร่วมกับแผนการรักษาเมื่อมีโรคประจำตัว

แหล่งอ้างอิงหลัก

แหล่งข้อมูลที่ใช้ตรวจสอบ

  1. NIH · NIDDKType 2 Diabetes