ข้อมูลสุขภาพแบบเข้าใจง่าย

ลำไส้แปรปรวน

ปวดท้องซ้ำร่วมกับการขับถ่ายเปลี่ยน เช่น ท้องผูก ท้องเสีย หรือสลับกัน โดยไม่พบความเสียหายที่มองเห็นได้ในทางเดินอาหาร

ภาพลำไส้และแกนสมอง-ลำไส้ แสดงการเคลื่อนไหวและสัญญาณประสาทที่ไวขึ้น ในภาพรวมอวัยวะและระบบที่เกี่ยวข้อง

สรุปก่อนอ่านต่อ

เรื่องนี้คืออะไร และสำคัญอย่างไร

IBS เป็นความผิดปกติของการทำงานและการสื่อสารระหว่างลำไส้กับสมอง ไม่ใช่แผลหรือมะเร็ง แต่สามารถกระทบชีวิตประจำวันได้มาก

แพทย์วินิจฉัยจากรูปแบบอาการและตรวจแยกสาเหตุอื่นเมื่อจำเป็น การรักษาอาจประกอบด้วยการปรับอาหาร การนอน การเคลื่อนไหว ยา หรือการบำบัดที่เหมาะกับอาการหลักของแต่ละคน

คำศัพท์สุขภาพ

01
IBS
ภาวะลำไส้แปรปรวน ทำให้ปวดท้องร่วมกับการขับถ่ายเปลี่ยน แต่ไม่ได้เกิดจากแผลหรือมะเร็งในลำไส้
02
FODMAP
กลุ่มคาร์โบไฮเดรตที่ดูดซึมได้ไม่หมดและอาจกระตุ้นแก๊สหรืออาการลำไส้ในบางคน การลดอาหารกลุ่มนี้ควรทำเป็นช่วงและค่อยๆ ทดสอบกลับ

เกิดอะไรขึ้นในร่างกาย

อธิบายกลไกทีละขั้น

อาการจริงและส่งผลต่อชีวิต แต่ไม่ได้แปลว่าลำไส้ถูกทำลาย การวินิจฉัยอาศัยรูปแบบปวดท้องที่สัมพันธ์กับการถ่าย พร้อมคัดกรองสัญญาณเตือนและโรคที่เลียนแบบได้

01

ลำไส้รับความรู้สึกไวขึ้น

การยืดตัวจากแก๊สหรืออุจจาระอาจถูกสมองแปลเป็นความปวดมากกว่าปกติ

02

จังหวะบีบตัวเปลี่ยน

ลำไส้เคลื่อนเร็วหรือช้า ทำให้ถ่ายเหลว ท้องผูก หรือสลับกัน

03

วงจรสมอง-ลำไส้ขยายอาการ

ความเครียด การนอน และประสบการณ์เดิมมีผลต่อสัญญาณ แต่ไม่ได้หมายความว่าอาการเกิดจากความคิด

ภาพลำไส้และแกนสมอง-ลำไส้ แสดงการเคลื่อนไหวและสัญญาณประสาทที่ไวขึ้น
IBS เป็นความผิดปกติของการสื่อสารระหว่างสมองกับลำไส้ ทำให้ลำไส้ไวต่อการยืดตัวและเคลื่อนไหวไม่สม่ำเสมอ แม้ตรวจไม่พบแผลหรือการทำลายเนื้อเยื่อแบบโรคลำไส้อักเสบ

ค่าหรือเกณฑ์ที่ควรรู้

เกณฑ์ IBS ดูความถี่ของอาการและระยะเวลา แต่ต้องไม่มีสัญญาณที่ชวนคิดถึงโรคอื่น

IBS เป็นความผิดปกติของการสื่อสารระหว่างลำไส้กับสมอง ไม่ได้แปลว่าคิดไปเอง และไม่ควรวินิจฉัยจากท้องอืดอย่างเดียว

01

Rome IV

ปวดท้องสัมพันธ์กับการถ่ายหรือการเปลี่ยนความถี่และลักษณะอุจจาระ

ช่วงอ้างอิง
อาการปวดเฉลี่ยอย่างน้อย 1 วันต่อสัปดาห์ใน 3 เดือนล่าสุด
ควรนัดประเมิน
อาการต้องเริ่มอย่างน้อย 6 เดือนก่อนวินิจฉัย และควรประเมินชนิดท้องผูกหรือท้องเสีย
ควรประเมินเร่งด่วน
เลือดปน ไข้ น้ำหนักลด โลหิตจาง อาการปลุกตื่นกลางคืน หรือเริ่มใหม่ในวัยสูงอายุต้องหาสาเหตุอื่น
02

Bristol stool form

ชนิด 1–7 ใช้บันทึกลักษณะอุจจาระ

ช่วงอ้างอิง
ชนิด 3–4 มักถ่ายง่าย แต่เกณฑ์นี้ไม่ใช่คำวินิจฉัย
ควรนัดประเมิน
ชนิด 1–2 บ่อยเข้ากับท้องผูก และชนิด 6–7 บ่อยเข้ากับท้องเสีย ควรบันทึกคู่กับความถี่
ควรประเมินเร่งด่วน
อุจจาระดำเหมือนยางมะตอยหรือเลือดแดงจำนวนมากต้องประเมินเร่งด่วน

สาเหตุ · อาการ · การตรวจ · การดูแล

ดูข้อมูลสำคัญในที่เดียว

01

สาเหตุและปัจจัยที่เกี่ยวข้อง

  • พันธุกรรม การติดเชื้อทางเดินอาหารเดิม และจุลชีพในลำไส้
  • ความเครียด การนอนไม่พอ และฮอร์โมน
  • อาหารบางชนิดกระตุ้นอาการในแต่ละคนต่างกัน
02

อาการที่พบบ่อย

  • ปวดท้องสัมพันธ์กับการขับถ่าย
  • ท้องผูก ถ่ายเหลว หรือสลับกัน
  • ท้องอืดและรู้สึกถ่ายไม่สุด
03

แพทย์ตรวจอย่างไร

  • วินิจฉัยจากรูปแบบอาการและระยะเวลา
  • ตรวจเลือดหรืออุจจาระเพื่อคัดกรองโรคอื่นตามความเสี่ยง
  • ส่องกล้องเมื่อมีเลือดออก น้ำหนักลด ซีด หรือข้อบ่งชี้อื่น
04

เริ่มดูแลอย่างเป็นระบบ

  • บันทึกอาหาร การถ่าย และอาการเพื่อหาตัวกระตุ้นจริง
  • ปรับใยอาหารและอาหารแบบมีแผน ไม่ตัดหลายกลุ่มนานโดยไม่มีผู้เชี่ยวชาญ
  • ออกกำลัง นอน และใช้ยาตามชนิดอาการร่วมกับแพทย์

เรื่องสำคัญที่ควรรู้

จำประเด็นเหล่านี้ไว้ก่อน

01

อาการสัมพันธ์กับการขับถ่าย

ปวดท้องมักเกิดร่วมกับความถี่หรือรูปร่างอุจจาระเปลี่ยน

02

อาหารกระตุ้นต่างกัน

ควรจดอาหารและอาการก่อนตัดอาหารหลายกลุ่ม เพื่อไม่ให้ขาดสารอาหารโดยไม่จำเป็น

03

มีสัญญาณที่ไม่ใช่ IBS

เลือดออก น้ำหนักลด ไข้ ซีด หรือเริ่มมีอาการใหม่ในวัยสูงขึ้นควรตรวจหาสาเหตุอื่น

อาหารและการดูแลในชีวิตประจำวัน

เริ่มดูแลจากสิ่งที่ทำได้จริง

  • รับประทานเป็นเวลา ดื่มน้ำพอ และเพิ่มใยอาหารทีละน้อยตามชนิดอาการ เพราะการเพิ่มเร็วอาจทำให้ท้องอืด
  • หากจะทดลองอาหาร low-FODMAP ควรทำเป็นช่วงและมีผู้เชี่ยวชาญช่วยนำอาหารกลับ ไม่ใช่งดระยะยาวเอง

อ่านต่ออย่างเข้าใจ

อ่านต่อให้ครบทั้งสุขภาพและผลิตภัณฑ์

แหล่งอ้างอิงหลัก

แหล่งข้อมูลที่ใช้ตรวจสอบ

  1. NIH · NIDDKIrritable Bowel Syndrome