ข้อมูลสุขภาพแบบเข้าใจง่าย
นิ่วในถุงน้ำดี
นิ่วในถุงน้ำดีเกิดจากสารในน้ำดีจับตัวเป็นก้อน หลายคนไม่มีอาการ แต่เมื่ออุดตันท่อน้ำดีอาจปวดท้องรุนแรงและเกิดภาวะแทรกซ้อนได้

สรุปก่อนอ่านต่อ
เรื่องนี้คืออะไร และสำคัญอย่างไร
นิ่วส่วนใหญ่เป็นชนิดคอเลสเตอรอล อีกส่วนเป็นเม็ดสี หลายคนตรวจพบโดยบังเอิญและไม่ต้องรักษาทันทีหากไม่มีอาการ
อาการมักเกิดเมื่อก้อนนิ่วอุดทางออกของถุงน้ำดี ทำให้ปวดชายโครงขวาหรือลิ้นปี่นานตั้งแต่หลายนาทีถึงหลายชั่วโมง โดยเฉพาะหลังมื้อใหญ่หรือมื้อไขมันสูง
คำศัพท์สุขภาพ
- CT และ MRI
- CT ใช้รังสีเอกซเรย์สร้างภาพภายในร่างกาย ส่วน MRI ใช้สนามแม่เหล็กและคลื่นวิทยุ แพทย์เลือกตามอวัยวะและคำถามที่ต้องการตรวจ
เกิดอะไรขึ้นในร่างกาย
อธิบายกลไกทีละขั้น
คนจำนวนมากมีนิ่วโดยไม่มีอาการและไม่จำเป็นต้องรักษา แต่อาการปวดหลังอาหารอย่างเดียวไม่ยืนยันว่าเกิดจากนิ่ว ต้องดูตำแหน่ง ระยะเวลา ผลเลือด และภาพอัลตราซาวนด์ร่วมกัน
น้ำดีตกผลึก
คอเลสเตอรอล เม็ดสี และองค์ประกอบน้ำดีเสียสมดุลจนเริ่มรวมเป็นผลึก
ผลึกโตเป็นก้อนนิ่ว
นิ่วอาจอยู่เงียบในถุงน้ำดีโดยไม่ทำให้รู้สึกผิดปกติ
นิ่วเคลื่อนไปอุดท่อ
การอุดตันทำให้ถุงน้ำดีบีบต้าน เกิดปวด อักเสบ หรือดีซ่านตามตำแหน่ง

ค่าหรือเกณฑ์ที่ควรรู้
นิ่วที่ไม่ก่ออาการต่างจากนิ่วที่อุดตันท่อน้ำดี และความเร่งด่วนต่างกัน
ผลอัลตราซาวนด์ว่ามีนิ่วไม่ได้อธิบายอาการทุกชนิด ต้องเทียบตำแหน่ง ระยะเวลาปวด ไข้ ตัวเหลือง และผลตับอ่อน
ระยะเวลาปวดแบบ biliary colic
ปวดลิ้นปี่หรือชายโครงขวาหลังอาหารและอาจร้าวไปหลัง
- ช่วงอ้างอิง
- มักนานอย่างน้อย 30 นาทีและอาจต่อเนื่องหลายชั่วโมงก่อนทุเลา
- ควรนัดประเมิน
- อาการซ้ำแม้หายเองควรนัดศัลยแพทย์เพื่อชั่งประโยชน์การผ่าตัด
- ควรประเมินเร่งด่วน
- ปวดนานเกินประมาณ 6 ชั่วโมง ไข้ หนาวสั่น ตัวเหลือง อาเจียนไม่หยุด หรือซึมต้องประเมินเร่งด่วน
นิ่วไม่มีอาการ
พบโดยบังเอิญจากภาพถ่าย
- ช่วงอ้างอิง
- ส่วนใหญ่อาจติดตามโดยไม่ผ่าตัดทันที
- ควรนัดประเมิน
- ควรทบทวนหากเริ่มมีอาการหรือมีโรคที่เพิ่มความเสี่ยงภาวะแทรกซ้อน
- ควรประเมินเร่งด่วน
- อย่าใช้การล้างถุงน้ำดีหรือสมุนไพรแทนการประเมิน เพราะอาจกระตุ้นอาการและไม่ละลายนิ่วอย่างพิสูจน์ได้
สาเหตุ · อาการ · การตรวจ · การดูแล
ดูข้อมูลสำคัญในที่เดียว
สาเหตุและปัจจัยที่เกี่ยวข้อง
- เพศหญิง อายุ น้ำหนักเกิน และพันธุกรรม
- น้ำหนักลดเร็ว การตั้งครรภ์ และเบาหวาน
- โรคเม็ดเลือดแดงแตกและโรคลำไส้บางชนิด
อาการที่พบบ่อย
- ปวดบีบชายโครงขวาหรือลิ้นปี่นานตั้งแต่ครึ่งชั่วโมงขึ้นไป
- คลื่นไส้ ปวดร้าวไปหลังหรือไหล่ขวา
- ไข้ หนาวสั่น ตัวเหลือง หรือปวดต่อเนื่องเป็นสัญญาณแทรกซ้อน
แพทย์ตรวจอย่างไร
- อัลตราซาวนด์ช่องท้องเป็นการตรวจหลัก
- ตรวจตับ เม็ดเลือด และตับอ่อนเมื่อมีอาการ
- MRI ท่อน้ำดีหรือการตรวจเพิ่มเติมเมื่อสงสัยนิ่วในท่อ
เริ่มดูแลอย่างเป็นระบบ
- นิ่วไม่มีอาการมักติดตามโดยไม่ต้องทำอะไร
- หากมีอาการซ้ำให้คุยเรื่องการผ่าตัดกับแพทย์ ไม่ใช้วิธีล้างนิ่วเอง
- ปวดร่วมกับไข้ หนาวสั่น ตัวเหลือง หรืออาเจียนมากให้ไปโรงพยาบาล
เรื่องสำคัญที่ควรรู้
จำประเด็นเหล่านี้ไว้ก่อน
นิ่วที่ไม่มีอาการอาจยังไม่ต้องรักษา
การตัดสินใจดูจากอาการ ความเสี่ยง และผลตรวจ ไม่ใช่เพียงพบก้อนนิ่วจากภาพถ่าย
อัลตราซาวนด์เป็นการตรวจหลัก
ช่วยดูนิ่ว ผนังถุงน้ำดี และการอุดกั้น ส่วนการตรวจเลือดช่วยประเมินการอักเสบ ตับ และตับอ่อน
อาการกำเริบซ้ำควรประเมินการผ่าตัด
ถุงน้ำดีไม่ใช่อวัยวะที่จำเป็นต่อการมีชีวิต และการผ่าตัดเป็นการรักษาหลักเมื่อมีอาการหรือภาวะแทรกซ้อน
อาหารและการดูแลในชีวิตประจำวัน
คุมน้ำหนักอย่างค่อยเป็นค่อยไป และดูแลคุณภาพไขมัน
- กินใยอาหารจากผัก ผลไม้ ถั่ว และธัญพืชไม่ขัดสี ลดคาร์โบไฮเดรตขัดสี น้ำตาล ไขมันอิ่มตัว และไขมันทรานส์
- หลีกเลี่ยงการลดน้ำหนักเร็วหรืออดอาหารยาว เพราะทำให้ตับปล่อยคอเลสเตอรอลสู่น้ำดีมากขึ้นและถุงน้ำดีบีบตัวน้อยลง
อ่านต่ออย่างเข้าใจ
อ่านต่อให้ครบทั้งสุขภาพและผลิตภัณฑ์
แหล่งอ้างอิงหลัก




















