ข้อมูลสุขภาพแบบเข้าใจง่าย

ไข้เลือดออกเดงกี

เดงกีแพร่โดยยุงลาย ระยะอันตรายอาจเริ่มตอนที่ไข้ลด จึงต้องรู้สัญญาณเตือนและหลีกเลี่ยงยาแก้ปวดที่เพิ่มเลือดออก

ภาพยุงลาย เชื้อเดงกี หลอดเลือดฝอย และการรั่วของพลาสมาในช่วงวิกฤต ในภาพรวมอวัยวะและระบบที่เกี่ยวข้อง

สรุปก่อนอ่านต่อ

เรื่องนี้คืออะไร และสำคัญอย่างไร

ไข้สูง ปวดศีรษะ ปวดกระบอกตา ปวดเมื่อย คลื่นไส้ และผื่นพบได้ แต่ต้องตรวจและติดตามตามวันของโรค

การดูแลหลักคือดื่มน้ำตามความเหมาะสม พัก และใช้พาราเซตามอลเมื่อใช้ได้ ไม่ใช้ aspirin หรือ ibuprofen เพราะเพิ่มความเสี่ยงเลือดออก

คำศัพท์สุขภาพ

01
PCR และ NS1
การตรวจที่ช่วยค้นหาส่วนของเชื้อหรือโปรตีนของเชื้อโดยตรง ช่วงเวลาที่ตรวจมีผลต่อการแปลผล

เกิดอะไรขึ้นในร่างกาย

อธิบายกลไกทีละขั้น

ช่วงเสี่ยงมักเริ่มเมื่อไข้ลดราววันที่ 3–7 จึงไม่ควรตีความว่าไข้ลงแล้วปลอดภัย การดื่มน้ำเหมาะสมและสังเกตสัญญาณเตือนสำคัญกว่าการไล่ตัวเลขเกล็ดเลือดเพียงค่าเดียว

01

ไวรัสเพิ่มจำนวน

เชื้อเข้าสู่เซลล์ภูมิคุ้มกันและกระตุ้นการตอบสนองทั่วร่างกาย

02

หลอดเลือดฝอยรั่ว

ผนังหลอดเลือดยอมให้พลาสมาออก ทำให้เลือดข้นและความดันตก

03

อวัยวะรับเลือดไม่พอ

หากรั่วมากอาจช็อก ตับอักเสบ หรือเลือดออก

ภาพยุงลาย เชื้อเดงกี หลอดเลือดฝอย และการรั่วของพลาสมาในช่วงวิกฤต
เดงกีเกิดจากไวรัสที่ยุงลาย Aedes ถ่ายทอด อาการรุนแรงไม่ได้มาจากเกล็ดเลือดต่ำอย่างเดียว แต่จากการตอบสนองภูมิคุ้มกันที่ทำให้หลอดเลือดฝอยรั่ว พลาสมาออกนอกหลอดเลือดและช็อกได้

ค่าหรือเกณฑ์ที่ควรรู้

อันตรายอาจเริ่มตอนไข้ลด ไม่ใช่ตอนอุณหภูมิสูงที่สุด

การประเมินความรุนแรงต้องดูอาการ การไหลเวียน ปัสสาวะ hematocrit และแนวโน้มเกล็ดเลือด ไม่ใช้เกล็ดเลือดค่าเดียว

01

ช่วงวิกฤต

วันของโรคและช่วงที่ไข้เริ่มลด

ช่วงอ้างอิง
ระยะไข้สูงมักอยู่ช่วงต้นของโรค
ควรนัดประเมิน
วันที่ประมาณ 3–7 โดยเฉพาะ 24–48 ชั่วโมงหลังไข้ลด เป็นช่วงที่ต้องเฝ้าสัญญาณเตือน
ควรประเมินเร่งด่วน
ซึม กระสับกระส่าย มือเท้าเย็น ปัสสาวะน้อย หอบ หรือหน้ามืดเป็นสัญญาณฉุกเฉิน
02

อาเจียนต่อเนื่อง

ความถี่ในช่วงสั้น

ช่วงอ้างอิง
คลื่นไส้เล็กน้อยอาจพบได้ แต่ต้องยังดื่มและปัสสาวะได้
ควรนัดประเมิน
อาเจียนอย่างน้อย 3 ครั้งใน 1 ชั่วโมงหรือ 4 ครั้งใน 6 ชั่วโมงเป็นหนึ่งในสัญญาณเตือน
ควรประเมินเร่งด่วน
อาเจียนเป็นเลือด ถ่ายดำ ปวดท้องมาก หรือเลือดออกมากต้องไปโรงพยาบาล
03

เกล็ดเลือด

จำนวน platelet และแนวโน้มร่วมกับ hematocrit

ช่วงอ้างอิง
ไม่มีค่าตัดเดียวที่บอกว่าปลอดภัยหรือจำเป็นต้องให้เกล็ดเลือด
ควรนัดประเมิน
เกล็ดเลือดลดพร้อม hematocrit สูงขึ้นหรืออาการเตือนต้องประเมินใกล้ชิด
ควรประเมินเร่งด่วน
หลีกเลี่ยง aspirin และ ibuprofen เพราะเพิ่มความเสี่ยงเลือดออก เว้นแต่แพทย์สั่งด้วยเหตุจำเป็นอื่น

สาเหตุ · อาการ · การตรวจ · การดูแล

ดูข้อมูลสำคัญในที่เดียว

01

สาเหตุและปัจจัยที่เกี่ยวข้อง

  • ถูกยุงลายที่มีเชื้อกัด
  • อยู่ในพื้นที่ระบาดและมีแหล่งน้ำขัง
  • การติดเชื้อซ้ำต่างสายพันธุ์เพิ่มความเสี่ยงรุนแรงบางส่วน
02

อาการที่พบบ่อย

  • ไข้สูง ปวดเมื่อย ปวดกระบอกตา คลื่นไส้ หรือผื่น
  • ปวดท้อง อาเจียนซ้ำ เลือดออก ซึม หรือกระสับกระส่ายเป็นสัญญาณเตือน
  • มือเท้าเย็น ปัสสาวะน้อย หรือหน้ามืดอาจเป็นช็อก
03

แพทย์ตรวจอย่างไร

  • ตรวจเลือดตามวันของโรค เช่น NS1/PCR หรือแอนติบอดี
  • ดู hematocrit แนวโน้มเกล็ดเลือด และอาการ
  • ประเมินน้ำรั่ว ตับ และการไหลเวียน ไม่ใช้ผลเดียวตัดสิน
04

เริ่มดูแลอย่างเป็นระบบ

  • ดื่มสารน้ำตามคำแนะนำและติดตามใกล้ชิดช่วงไข้ลง
  • หลีกเลี่ยง aspirin/ibuprofen และใช้พาราเซตามอลตามขนาด
  • กำจัดน้ำขังและป้องกันยุงกัดทั้งผู้ป่วยและครอบครัว

เรื่องสำคัญที่ควรรู้

จำประเด็นเหล่านี้ไว้ก่อน

01

ไข้ลดไม่ได้แปลว่าปลอดภัย

ช่วง 24 ถึง 48 ชั่วโมงหลังไข้ลงอาจเป็นระยะวิกฤต

02

ป้องกันยุงกัดทั้งวัน

ยุงลายกัดกลางวันด้วย กำจัดน้ำขัง ใช้ยากันยุง และปิดภาชนะน้ำ

03

เคยเป็นแล้วเป็นซ้ำได้

ไวรัสมีหลายชนิด การติดชนิดหนึ่งไม่ป้องกันทุกชนิด

อาหารและการดูแลในชีวิตประจำวัน

เริ่มดูแลจากสิ่งที่ทำได้จริง

  • จิบน้ำหรือสารละลายเกลือแร่ตามคำแนะนำและติดตามปัสสาวะ ไม่บังคับดื่มมากเกินในผู้มีหัวใจหรือไต
  • ไม่มีน้ำสมุนไพรหรืออาหารเสริมที่ทดแทนการติดตามสัญญาณชีพ เลือด และอาการเตือนได้

อ่านต่ออย่างเข้าใจ

อ่านต่อให้ครบทั้งสุขภาพและผลิตภัณฑ์

แหล่งอ้างอิงหลัก

แหล่งข้อมูลที่ใช้ตรวจสอบ

  1. WHODengue and severe dengue
  2. CDCDengue