ข้อมูลสุขภาพแบบเข้าใจง่าย

ไวรัสตับอักเสบบีเรื้อรัง

ไวรัสตับอักเสบบีอาจอยู่เงียบหลายปี แต่เพิ่มความเสี่ยงตับแข็งและมะเร็งตับ วัคซีน การตรวจ และติดตามสม่ำเสมอช่วยลดความเสียหาย

ภาพไวรัสตับอักเสบบีในเซลล์ตับ การอักเสบ พังผืด และตับแข็ง ในภาพรวมอวัยวะและระบบที่เกี่ยวข้อง

สรุปก่อนอ่านต่อ

เรื่องนี้คืออะไร และสำคัญอย่างไร

ไวรัสแพร่ผ่านเลือด สารคัดหลั่ง และจากแม่สู่ลูก ผู้ติดเชื้อเรื้อรังจำนวนมากไม่มีอาการ จึงควรตรวจตามความเสี่ยง

ไม่ใช่ทุกคนต้องเริ่มยาทันที แต่ทุกคนควรมีแผนติดตามเอนไซม์ตับ ปริมาณไวรัส และการคัดกรองมะเร็งตับตามเกณฑ์

คำศัพท์สุขภาพ

01
การตรวจไวรัสตับอักเสบบี
HBsAg, anti-HBc และ anti-HBs ช่วยแยกว่ากำลังติดเชื้อ เคยติดเชื้อ หรือมีภูมิคุ้มกัน ส่วน HBV DNA ช่วยดูปริมาณไวรัส
02
ALT
เอนไซม์ที่ตรวจจากเลือดและอาจสูงขึ้นเมื่อเซลล์ตับบาดเจ็บ ค่าเดียวไม่บอกสาเหตุหรือระดับแผลเป็นทั้งหมด
03
พังผืด
แผลเป็นที่ค่อยๆ สะสมในอวัยวะ หากสะสมมากขึ้นอาจทำให้อวัยวะนั้นทำงานลดลง
04
Elastography
การตรวจความแข็งของตับด้วยคลื่นเสียงหรือเทคนิคภาพ เพื่อช่วยประเมินว่ามีแผลเป็นสะสมมากน้อยเพียงใด

เกิดอะไรขึ้นในร่างกาย

อธิบายกลไกทีละขั้น

โรคสลับระยะสงบและอักเสบได้แม้ไม่มีอาการ การติดตาม HBV DNA, ALT และพังผืดจึงสำคัญ เพราะตับแข็งและมะเร็งตับอาจเกิดหลังการอักเสบหลายปี และมะเร็งบางรายเกิดก่อนตับแข็ง

01

เชื้อคงอยู่ในเซลล์ตับ

cccDNA ทำหน้าที่เป็นแม่แบบให้ไวรัสกลับมาสร้างได้

02

ภูมิคุ้มกันทำให้ตับอักเสบ

การโจมตีเซลล์ติดเชื้อทำให้ ALT สูงและเซลล์ตับบาดเจ็บ

03

พังผืดสะสม

แผลเป็นนำสู่ตับแข็ง ความดันหลอดเลือดพอร์ทัล และมะเร็งตับ

ภาพไวรัสตับอักเสบบีในเซลล์ตับ การอักเสบ พังผืด และตับแข็ง
ไวรัสตับอักเสบบีเรื้อรังเกิดเมื่อระบบภูมิคุ้มกันกำจัดเชื้อหลังรับเชื้อไม่สำเร็จ เชื้อคงอยู่ในนิวเคลียสเซลล์ตับ ขณะที่ความเสียหายส่วนใหญ่เกิดจากภูมิคุ้มกันที่พยายามกำจัดเซลล์ติดเชื้อ

ค่าหรือเกณฑ์ที่ควรรู้

แยกให้ชัดว่าเป็นการติดเชื้อเรื้อรังหรืออยู่ในระยะที่ต้องรักษา

ค่า HBsAg, HBV DNA, ALT ภาพตับ และระดับพังผืดตอบคนละคำถาม จึงไม่ควรใช้ค่าใดค่าหนึ่งตัดสินว่าปลอดภัย

01

ระยะเวลาของ HBsAg

ตรวจพบแอนติเจนผิวของไวรัสตับอักเสบบี

ช่วงอ้างอิง
ผลบวกครั้งเดียวต้องตรวจยืนยันและประเมินผลเลือดอื่นร่วม
ควรนัดประเมิน
ตรวจพบ HBsAg ต่อเนื่องอย่างน้อย 6 เดือนเข้ากับการติดเชื้อเรื้อรัง
ควรประเมินเร่งด่วน
ซึม สับสน อาเจียนเป็นเลือด ท้องโตเร็ว หรือตัวเหลืองมากขึ้นต้องประเมินเร่งด่วน
02

HBV DNA และ ALT

ปริมาณไวรัสและสัญญาณการบาดเจ็บของตับ

ช่วงอ้างอิง
ไม่มีค่า HBV DNA เดียวที่ถือว่าปลอดภัยสำหรับทุกคน
ควรนัดประเมิน
แพทย์จะอ่านแนวโน้มร่วมกับอายุ ALT พังผืด การตั้งครรภ์ และประวัติครอบครัวมะเร็งตับ
ควรประเมินเร่งด่วน
อย่าหยุดยาต้านไวรัสเอง เพราะไวรัสอาจกำเริบและทำให้ตับอักเสบรุนแรง
03

การเฝ้าระวังมะเร็งตับ

อัลตราซาวนด์ตับในผู้ที่มีความเสี่ยง

ช่วงอ้างอิง
ผู้ที่เข้าเกณฑ์ความเสี่ยงมักตรวจทุก 6 เดือนตามแผนแพทย์
ควรนัดประเมิน
หากเลยกำหนดหรือมีตับแข็งควรนัดประเมิน ไม่รอให้มีอาการ
ควรประเมินเร่งด่วน
น้ำหนักลดไม่ทราบสาเหตุ ปวดชายโครงขวาต่อเนื่อง หรือท้องโตควรพบแพทย์

สาเหตุ · อาการ · การตรวจ · การดูแล

ดูข้อมูลสำคัญในที่เดียว

01

สาเหตุและปัจจัยที่เกี่ยวข้อง

  • ถ่ายทอดแม่สู่ลูก เป็นเส้นทางสำคัญในเอเชีย
  • เลือด เข็ม เพศสัมพันธ์ และอุปกรณ์ไม่ปลอดเชื้อ
  • ไม่แพร่จากการกินอาหารร่วม กอด หรือไอจาม
02

อาการที่พบบ่อย

  • ส่วนใหญ่มักไม่มีอาการ
  • อ่อนเพลีย ตัวเหลือง หรือปวดชายโครงเมื่ออักเสบ
  • ท้องมาน อาเจียนเลือด หรือสับสนเป็นตับขั้นสูง
03

แพทย์ตรวจอย่างไร

  • HBsAg, anti-HBc และ anti-HBs แยกสถานะ
  • HBV DNA, ALT และ elastography ประเมินกิจกรรมกับพังผืด
  • อัลตราซาวนด์คัดกรองมะเร็งตับตามความเสี่ยง
04

เริ่มดูแลอย่างเป็นระบบ

  • ประเมินยาต้านไวรัสตาม DNA, ALT, พังผืด และบริบท
  • งดแอลกอฮอล์และตรวจยาหรือสมุนไพรที่ทำร้ายตับ
  • ตรวจคนในบ้านและฉีดวัคซีนผู้ไม่มีภูมิ

เรื่องสำคัญที่ควรรู้

จำประเด็นเหล่านี้ไว้ก่อน

01

วัคซีนป้องกันการติดเชื้อใหม่

ทารกควรได้รับวัคซีนตามกำหนด และผู้ใหญ่ที่ไม่มีภูมิควรประเมินการฉีด

02

ยาต้านไวรัสลดภาวะแทรกซ้อนได้

ผู้เข้าเกณฑ์รักษาสามารถลดการเพิ่มจำนวนไวรัสและความเสี่ยงตับแข็ง

03

คนในบ้านควรตรวจ

คู่ครองและสมาชิกครอบครัวควรตรวจภูมิและฉีดวัคซีนเมื่อจำเป็น

อาหารและการดูแลในชีวิตประจำวัน

เริ่มดูแลจากสิ่งที่ทำได้จริง

  • หลีกเลี่ยงแอลกอฮอล์และควบคุมน้ำหนักเพื่อลดไขมันพอกตับซ้อน ลดอาหารหวาน มัน และแปรรูปสูง
  • ตรวจสมุนไพรและอาหารเสริมกับแพทย์ เพราะบางชนิดทำให้ตับอักเสบหรือรบกวนยาได้

อ่านต่ออย่างเข้าใจ

อ่านต่อให้ครบทั้งสุขภาพและผลิตภัณฑ์

แหล่งอ้างอิงหลัก

แหล่งข้อมูลที่ใช้ตรวจสอบ

  1. WHOHepatitis B
  2. CDCClinical Care of Hepatitis B