ข้อมูลสุขภาพแบบเข้าใจง่าย
ไซนัสอักเสบ
โพรงอากาศรอบจมูกบวมและมีของเหลวคั่ง ทำให้คัดจมูก น้ำมูก ปวดหรือแน่นใบหน้า ไอ และมีเสมหะไหลลงคอ โดยส่วนใหญ่มาจากไวรัส

สรุปก่อนอ่านต่อ
เรื่องนี้คืออะไร และสำคัญอย่างไร
ไซนัสอักเสบอาจตามหลังไข้หวัดหรือสัมพันธ์กับภูมิแพ้ ควันบุหรี่ และโครงสร้างในจมูก อาการของไวรัสกับแบคทีเรียคล้ายกันจึงไม่ควรซื้อยาปฏิชีวนะใช้เอง
หลายกรณีดีขึ้นได้เอง การล้างจมูกด้วยน้ำเกลือที่ปลอดภัยและการบรรเทาอาการอาจช่วย ส่วนอาการนาน แย่ลงหลังดีขึ้น หรือเป็นซ้ำควรประเมินโดยแพทย์
คำศัพท์สุขภาพ
- CT และ MRI
- CT ใช้รังสีเอกซเรย์สร้างภาพภายในร่างกาย ส่วน MRI ใช้สนามแม่เหล็กและคลื่นวิทยุ แพทย์เลือกตามอวัยวะและคำถามที่ต้องการตรวจ
เกิดอะไรขึ้นในร่างกาย
อธิบายกลไกทีละขั้น
ไซนัสอักเสบเฉียบพลันส่วนใหญ่ตามหลังหวัดและมักเกิดจากไวรัส ยาปฏิชีวนะจึงไม่จำเป็นทุกครั้ง การดูระยะเวลา ความรุนแรง และอาการดีขึ้นแล้วกลับแย่ช่วยแยกผู้ที่ควรได้รับการประเมินเพิ่มเติม
เยื่อบุจมูกและไซนัสบวม
หวัด ภูมิแพ้ หรือสิ่งระคายทำให้ช่องเปิดระหว่างไซนัสกับจมูกแคบ
เมือกระบายไม่สะดวก
การทำงานของขนกวัดลดลงและของเหลวค้างในโพรง
เกิดแรงกดและเชื้ออาจเพิ่ม
ของเหลวที่ค้างทำให้แน่นหน้า และบางรายเกิดการติดเชื้อแบคทีเรียซ้ำซ้อน

ค่าหรือเกณฑ์ที่ควรรู้
ระยะเวลาและรูปแบบอาการช่วยแยกไวรัสทั่วไปออกจากไซนัสอักเสบจากแบคทีเรีย
น้ำมูกเขียวอย่างเดียวไม่ยืนยันแบคทีเรีย เพราะสีเกิดจากเซลล์อักเสบได้ในหวัดไวรัส
อาการนานโดยไม่ดีขึ้น
คัดจมูก น้ำมูก และปวดใบหน้า
- ช่วงอ้างอิง
- อาการน้อยกว่า 10 วันและค่อยดีขึ้นมักเข้ากับไวรัส
- ควรนัดประเมิน
- นานอย่างน้อย 10 วันโดยไม่ดีขึ้น หรือดีขึ้นแล้วกลับแย่ลงควรประเมินแบคทีเรีย
- ควรประเมินเร่งด่วน
- ตาบวม การมองเห็นเปลี่ยน ปวดศีรษะรุนแรง คอแข็ง สับสน หรืออ่อนแรงต้องฉุกเฉิน
อาการรุนแรงช่วงต้น
ไข้สูงร่วมกับน้ำมูกเป็นหนองหรือปวดใบหน้า
- ช่วงอ้างอิง
- อาการไม่รุนแรงช่วงต้นมักดูแลตามอาการได้
- ควรนัดประเมิน
- อาการรุนแรงต่อเนื่องประมาณ 3–4 วันเป็นอีกแบบที่ควรให้แพทย์ประเมิน
- ควรประเมินเร่งด่วน
- ผู้ภูมิคุ้มกันต่ำหรือมีอาการด้านตาและระบบประสาทไม่ควรรอดูตามวัน
สาเหตุ · อาการ · การตรวจ · การดูแล
ดูข้อมูลสำคัญในที่เดียว
สาเหตุและปัจจัยที่เกี่ยวข้อง
- ไวรัสหวัดเป็นสาเหตุพบบ่อย
- ภูมิแพ้ ควันบุหรี่ มลพิษ และติ่งเนื้อจมูก
- ผนังกั้นจมูกหรือทางระบายผิดปกติ
อาการที่พบบ่อย
- คัดจมูก น้ำมูกข้น หรือไหลลงคอ
- ปวดกดหน้า ปวดศีรษะ ไอ หรือกลิ่นลด
- ไข้สูง ตาบวม หรือมองเห็นเปลี่ยนเป็นสัญญาณเตือน
แพทย์ตรวจอย่างไร
- วินิจฉัยจากอาการ ระยะเวลา และการตรวจจมูก
- ไม่จำเป็นต้องเอกซเรย์ในรายไม่ซับซ้อน
- ส่องกล้องหรือ CT เมื่อเรื้อรัง เป็นซ้ำ หรือสงสัยภาวะแทรกซ้อน
เริ่มดูแลอย่างเป็นระบบ
- พัก ดื่มน้ำ และล้างจมูกด้วยน้ำเกลือที่สะอาดตามวิธีถูกต้อง
- ใช้ยาตามคำแนะนำและไม่ขอยาปฏิชีวนะทุกครั้ง
- ปวดรุนแรง ตาบวม มองเห็นผิดปกติ คอแข็ง หรือซึมให้ไปโรงพยาบาล
เรื่องสำคัญที่ควรรู้
จำประเด็นเหล่านี้ไว้ก่อน
ส่วนใหญ่มาจากไวรัส
ยาปฏิชีวนะไม่ช่วยการติดเชื้อไวรัส และการใช้โดยไม่จำเป็นมีผลข้างเคียงและเพิ่มเชื้อดื้อยา
ระยะเวลาให้ข้อมูลสำคัญ
อาการเกิน 10 วันโดยไม่ดีขึ้น หรือกลับแย่ลงหลังเริ่มดีขึ้นควรพบแพทย์
แยกจากภูมิแพ้
คันตา จาม และน้ำมูกใสซ้ำตามสิ่งกระตุ้นอาจชี้ไปทางภูมิแพ้มากกว่า
อาหารและการดูแลในชีวิตประจำวัน
เริ่มดูแลจากสิ่งที่ทำได้จริง
- ดื่มน้ำพอ พักผ่อน เลี่ยงควัน และหากล้างจมูกให้ใช้น้ำกลั่น น้ำปลอดเชื้อ หรือน้ำต้มที่ปล่อยให้เย็นแล้ว
- ถามแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้ยาลดคัดจมูก โดยเฉพาะผู้มีความดัน หัวใจ ต้อหิน ต่อมลูกหมากโต หรือใช้ยาอื่นอยู่
อ่านต่ออย่างเข้าใจ
อ่านต่อให้ครบทั้งสุขภาพและผลิตภัณฑ์
แหล่งอ้างอิงหลัก




















