ข้อมูลสุขภาพแบบเข้าใจง่าย

ไซนัสอักเสบ

โพรงอากาศรอบจมูกบวมและมีของเหลวคั่ง ทำให้คัดจมูก น้ำมูก ปวดหรือแน่นใบหน้า ไอ และมีเสมหะไหลลงคอ โดยส่วนใหญ่มาจากไวรัส

ภาพตัดขวางใบหน้าและโพรงไซนัส แสดงเยื่อบุบวม ทางระบายปิด และของเหลวค้าง ในภาพรวมอวัยวะและระบบที่เกี่ยวข้อง

สรุปก่อนอ่านต่อ

เรื่องนี้คืออะไร และสำคัญอย่างไร

ไซนัสอักเสบอาจตามหลังไข้หวัดหรือสัมพันธ์กับภูมิแพ้ ควันบุหรี่ และโครงสร้างในจมูก อาการของไวรัสกับแบคทีเรียคล้ายกันจึงไม่ควรซื้อยาปฏิชีวนะใช้เอง

หลายกรณีดีขึ้นได้เอง การล้างจมูกด้วยน้ำเกลือที่ปลอดภัยและการบรรเทาอาการอาจช่วย ส่วนอาการนาน แย่ลงหลังดีขึ้น หรือเป็นซ้ำควรประเมินโดยแพทย์

คำศัพท์สุขภาพ

01
CT และ MRI
CT ใช้รังสีเอกซเรย์สร้างภาพภายในร่างกาย ส่วน MRI ใช้สนามแม่เหล็กและคลื่นวิทยุ แพทย์เลือกตามอวัยวะและคำถามที่ต้องการตรวจ

เกิดอะไรขึ้นในร่างกาย

อธิบายกลไกทีละขั้น

ไซนัสอักเสบเฉียบพลันส่วนใหญ่ตามหลังหวัดและมักเกิดจากไวรัส ยาปฏิชีวนะจึงไม่จำเป็นทุกครั้ง การดูระยะเวลา ความรุนแรง และอาการดีขึ้นแล้วกลับแย่ช่วยแยกผู้ที่ควรได้รับการประเมินเพิ่มเติม

01

เยื่อบุจมูกและไซนัสบวม

หวัด ภูมิแพ้ หรือสิ่งระคายทำให้ช่องเปิดระหว่างไซนัสกับจมูกแคบ

02

เมือกระบายไม่สะดวก

การทำงานของขนกวัดลดลงและของเหลวค้างในโพรง

03

เกิดแรงกดและเชื้ออาจเพิ่ม

ของเหลวที่ค้างทำให้แน่นหน้า และบางรายเกิดการติดเชื้อแบคทีเรียซ้ำซ้อน

ภาพตัดขวางใบหน้าและโพรงไซนัส แสดงเยื่อบุบวม ทางระบายปิด และของเหลวค้าง
ไซนัสเป็นโพรงอากาศรอบจมูก เมื่อเยื่อบุบวม ช่องเปิดเล็กๆ ระบายเมือกไม่ดี ของเหลวจึงค้างและทำให้คัดจมูก ปวดกดหน้า หรือมีน้ำมูกไหลลงคอ

ค่าหรือเกณฑ์ที่ควรรู้

ระยะเวลาและรูปแบบอาการช่วยแยกไวรัสทั่วไปออกจากไซนัสอักเสบจากแบคทีเรีย

น้ำมูกเขียวอย่างเดียวไม่ยืนยันแบคทีเรีย เพราะสีเกิดจากเซลล์อักเสบได้ในหวัดไวรัส

01

อาการนานโดยไม่ดีขึ้น

คัดจมูก น้ำมูก และปวดใบหน้า

ช่วงอ้างอิง
อาการน้อยกว่า 10 วันและค่อยดีขึ้นมักเข้ากับไวรัส
ควรนัดประเมิน
นานอย่างน้อย 10 วันโดยไม่ดีขึ้น หรือดีขึ้นแล้วกลับแย่ลงควรประเมินแบคทีเรีย
ควรประเมินเร่งด่วน
ตาบวม การมองเห็นเปลี่ยน ปวดศีรษะรุนแรง คอแข็ง สับสน หรืออ่อนแรงต้องฉุกเฉิน
02

อาการรุนแรงช่วงต้น

ไข้สูงร่วมกับน้ำมูกเป็นหนองหรือปวดใบหน้า

ช่วงอ้างอิง
อาการไม่รุนแรงช่วงต้นมักดูแลตามอาการได้
ควรนัดประเมิน
อาการรุนแรงต่อเนื่องประมาณ 3–4 วันเป็นอีกแบบที่ควรให้แพทย์ประเมิน
ควรประเมินเร่งด่วน
ผู้ภูมิคุ้มกันต่ำหรือมีอาการด้านตาและระบบประสาทไม่ควรรอดูตามวัน
อ่านตัวเลขอย่างปลอดภัย

ยาปฏิชีวนะไม่ช่วยหวัดไวรัส การล้างจมูกควรใช้น้ำกลั่น น้ำต้มสุกที่เย็นแล้ว หรือน้ำตามมาตรฐานที่ปลอดภัย

สาเหตุ · อาการ · การตรวจ · การดูแล

ดูข้อมูลสำคัญในที่เดียว

01

สาเหตุและปัจจัยที่เกี่ยวข้อง

  • ไวรัสหวัดเป็นสาเหตุพบบ่อย
  • ภูมิแพ้ ควันบุหรี่ มลพิษ และติ่งเนื้อจมูก
  • ผนังกั้นจมูกหรือทางระบายผิดปกติ
02

อาการที่พบบ่อย

  • คัดจมูก น้ำมูกข้น หรือไหลลงคอ
  • ปวดกดหน้า ปวดศีรษะ ไอ หรือกลิ่นลด
  • ไข้สูง ตาบวม หรือมองเห็นเปลี่ยนเป็นสัญญาณเตือน
03

แพทย์ตรวจอย่างไร

  • วินิจฉัยจากอาการ ระยะเวลา และการตรวจจมูก
  • ไม่จำเป็นต้องเอกซเรย์ในรายไม่ซับซ้อน
  • ส่องกล้องหรือ CT เมื่อเรื้อรัง เป็นซ้ำ หรือสงสัยภาวะแทรกซ้อน
04

เริ่มดูแลอย่างเป็นระบบ

  • พัก ดื่มน้ำ และล้างจมูกด้วยน้ำเกลือที่สะอาดตามวิธีถูกต้อง
  • ใช้ยาตามคำแนะนำและไม่ขอยาปฏิชีวนะทุกครั้ง
  • ปวดรุนแรง ตาบวม มองเห็นผิดปกติ คอแข็ง หรือซึมให้ไปโรงพยาบาล

เรื่องสำคัญที่ควรรู้

จำประเด็นเหล่านี้ไว้ก่อน

01

ส่วนใหญ่มาจากไวรัส

ยาปฏิชีวนะไม่ช่วยการติดเชื้อไวรัส และการใช้โดยไม่จำเป็นมีผลข้างเคียงและเพิ่มเชื้อดื้อยา

02

ระยะเวลาให้ข้อมูลสำคัญ

อาการเกิน 10 วันโดยไม่ดีขึ้น หรือกลับแย่ลงหลังเริ่มดีขึ้นควรพบแพทย์

03

แยกจากภูมิแพ้

คันตา จาม และน้ำมูกใสซ้ำตามสิ่งกระตุ้นอาจชี้ไปทางภูมิแพ้มากกว่า

อาหารและการดูแลในชีวิตประจำวัน

เริ่มดูแลจากสิ่งที่ทำได้จริง

  • ดื่มน้ำพอ พักผ่อน เลี่ยงควัน และหากล้างจมูกให้ใช้น้ำกลั่น น้ำปลอดเชื้อ หรือน้ำต้มที่ปล่อยให้เย็นแล้ว
  • ถามแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้ยาลดคัดจมูก โดยเฉพาะผู้มีความดัน หัวใจ ต้อหิน ต่อมลูกหมากโต หรือใช้ยาอื่นอยู่

อ่านต่ออย่างเข้าใจ

อ่านต่อให้ครบทั้งสุขภาพและผลิตภัณฑ์

แหล่งอ้างอิงหลัก

แหล่งข้อมูลที่ใช้ตรวจสอบ

  1. CDCSinus Infection Basics