ข้อมูลสุขภาพแบบเข้าใจง่าย

งูสวัด

เกิดจากไวรัสอีสุกอีใสที่หลบอยู่ในเส้นประสาทกลับมาทำงานอีกครั้ง รู้ปัจจัยเสี่ยง สัญญาณเริ่มต้น และการป้องกันด้วยวัคซีน

ภาพเส้นประสาทรับความรู้สึกและผื่นงูสวัดตามแนวเส้นประสาท ในภาพรวมอวัยวะและระบบที่เกี่ยวข้อง

สรุปก่อนอ่านต่อ

เรื่องนี้คืออะไร และสำคัญอย่างไร

หลังหายจากอีสุกอีใส ไวรัส Varicella-zoster ไม่ได้หายจากร่างกาย แต่หลบอยู่ในระบบประสาทและอาจกลับมาทำงานเมื่ออายุมากขึ้นหรือภูมิคุ้มกันอ่อนลง จึงเกิดอาการปวด แสบ หรือผื่นตุ่มน้ำเป็นแนวตามเส้นประสาท ซึ่งมักอยู่เพียงด้านเดียวของร่างกาย

ภาวะแทรกซ้อนที่พบบ่อยคืออาการปวดเส้นประสาทหลังผื่นหาย และอาจรุนแรงเมื่อเกิดใกล้ตาหรือในผู้มีภูมิคุ้มกันต่ำ การสังเกตอาการเร็วและรับการประเมินตั้งแต่ระยะแรกจึงสำคัญ

คำศัพท์สุขภาพ

01
PCR และ NS1
การตรวจที่ช่วยค้นหาส่วนของเชื้อหรือโปรตีนของเชื้อโดยตรง ช่วงเวลาที่ตรวจมีผลต่อการแปลผล

เกิดอะไรขึ้นในร่างกาย

อธิบายกลไกทีละขั้น

งูสวัดจึงมักปวด แสบ หรือไวต่อสัมผัสก่อนเห็นตุ่มน้ำ และเกิดเป็นแถบด้านเดียว ภาวะแทรกซ้อนสำคัญคือปวดเส้นประสาทเรื้อรัง โดยเฉพาะอายุมาก และการกระทบดวงตาหรือระบบประสาท

01

เชื้อหลบในปมประสาท

หลังอีสุกอีใส เชื้อ varicella-zoster คงอยู่แบบสงบ

02

ภูมิคุ้มกันคุมเชื้อลดลง

อายุ โรคกดภูมิ หรือยากดภูมิเปิดโอกาสให้เชื้อตื่น

03

เส้นประสาทอักเสบ

เชื้อเคลื่อนตามแนวประสาท ทำให้ปวดและเกิดตุ่มน้ำเฉพาะแนว

ภาพเส้นประสาทรับความรู้สึกและผื่นงูสวัดตามแนวเส้นประสาท
เชื้ออีสุกอีใสไม่ได้หายจากร่างกายหลังผื่นครั้งแรก แต่หลบอยู่ในปมประสาท เมื่อภูมิคุ้มกันที่คุมเชื้อลดลง เชื้ออาจตื่นและเดินตามเส้นประสาทมาสู่ผิวหนัง

ค่าหรือเกณฑ์ที่ควรรู้

เวลาเริ่มยาและตำแหน่งผื่นสำคัญกว่าจำนวนตุ่ม

งูสวัดไม่มีจำนวนตุ่มที่ใช้บอกว่าปลอดภัย การเริ่มยาต้านไวรัสเร็วและตรวจตำแหน่งเสี่ยงช่วยลดภาวะแทรกซ้อน

01

หน้าต่างเริ่มยา

เวลาตั้งแต่ผื่นหรือตุ่มน้ำเริ่มขึ้น

ช่วงอ้างอิง
ยาต้านไวรัสได้ผลดีที่สุดเมื่อเริ่มภายใน 72 ชั่วโมง
ควรนัดประเมิน
แม้เกิน 72 ชั่วโมงก็ควรพบแพทย์หากยังมีตุ่มใหม่ ปวดมาก อายุสูง หรือภูมิคุ้มกันต่ำ
ควรประเมินเร่งด่วน
ผื่นใกล้ตา ปลายจมูก หู หรือมีหน้าอ่อนแรง ต้องประเมินวันเดียวกัน
02

การกระจายของผื่น

ผื่นมักอยู่ด้านเดียวตามแนวเส้นประสาท

ช่วงอ้างอิง
ผื่นจำกัดแนวเดียวในคนภูมิคุ้มกันปกติมักดูแลตามแผนได้
ควรนัดประเมิน
ผื่นหลายบริเวณ ไข้สูง หรือผู้ใช้ยากดภูมิควรประเมินเร็ว
ควรประเมินเร่งด่วน
สับสน คอแข็ง หายใจลำบาก หรือการมองเห็นลดลงเป็นสัญญาณเร่งด่วน
อ่านตัวเลขอย่างปลอดภัย

อย่าใช้การรอให้ตุ่มครบเป็นเกณฑ์เริ่มรักษา และหลีกเลี่ยงการสัมผัสตุ่มโดยตรงกับผู้ที่ไม่เคยมีภูมิคุ้มกัน

สาเหตุ · อาการ · การตรวจ · การดูแล

ดูข้อมูลสำคัญในที่เดียว

01

สาเหตุและปัจจัยที่เกี่ยวข้อง

  • อายุมากขึ้น
  • ภูมิคุ้มกันบกพร่อง มะเร็ง หรือยากดภูมิ
  • ความเครียดทางกายรุนแรงอาจร่วมเป็นตัวกระตุ้น
02

อาการที่พบบ่อย

  • ปวดแสบปวดร้อนหรือเสียวซ่าด้านเดียว
  • ตุ่มน้ำเป็นกลุ่มตามแนวลำตัวหรือใบหน้า
  • ปวดต่อเนื่องหลังผื่นหาย
03

แพทย์ตรวจอย่างไร

  • วินิจฉัยจากผื่นและแนวประสาท
  • ตรวจ PCR จากตุ่มในรายที่ไม่ชัด
  • ประเมินดวงตา หู และระบบประสาทหากผื่นบริเวณใบหน้า
04

เริ่มดูแลอย่างเป็นระบบ

  • พบแพทย์เร็ว โดยเฉพาะภายใน 72 ชั่วโมงแรก
  • ปิดผื่นและหลีกเลี่ยงสัมผัสผู้เสี่ยงที่ไม่เคยมีภูมิ
  • วัคซีนช่วยลดงูสวัดและปวดประสาทตามเกณฑ์อายุ

เรื่องสำคัญที่ควรรู้

จำประเด็นเหล่านี้ไว้ก่อน

01

ไม่ใช่เชื้อใหม่ แต่เป็นไวรัสเดิมที่กลับมา

ผู้ที่เคยเป็นอีสุกอีใสมีไวรัสหลบอยู่ในร่างกาย ความเสี่ยงเพิ่มตามอายุและในผู้ที่ภูมิคุ้มกันลดลงจากโรคหรือการรักษาบางชนิด

แหล่งอ้างอิงCDC
02

อาการปวดอาจมาก่อนผื่น

อาการคัน แสบ ชา หรือปวดจี๊ดเฉพาะแนวอาจเริ่มก่อนตุ่มน้ำหลายวัน หากผื่นอยู่ใกล้ตา หู หรือใบหน้า ควรรับการประเมินโดยเร็ว

03

วัคซีนคือการป้องกันที่ตรงจุดที่สุด

CDC แนะนำวัคซีนงูสวัด 2 เข็มสำหรับผู้ใหญ่อายุ 50 ปีขึ้นไป และผู้ใหญ่อายุ 19 ปีขึ้นไปบางกลุ่มที่ภูมิคุ้มกันบกพร่องหรือถูกกดภูมิ

แหล่งอ้างอิงCDC
04

ยาต้านไวรัสได้ผลดีที่สุดเมื่อเริ่มเร็ว

การรักษาเร็วช่วยลดระยะเวลาและความรุนแรงของโรค จึงไม่ควรรอให้ผื่นลามหรือปวดมากแล้วจึงพบแพทย์

อาหารและการดูแลในชีวิตประจำวัน

ดูแลภูมิคุ้มกันควบคู่การป้องกันที่พิสูจน์แล้ว

  • รับประทานอาหารหลากหลายที่มีโปรตีนเพียงพอ ผัก ผลไม้ ถั่ว และธัญพืชไม่ขัดสี เพื่อสนับสนุนสุขภาพโดยรวมและการฟื้นตัว
  • นอนให้พอ จัดการโรคเรื้อรัง และทบทวนวัคซีนตามอายุและภาวะภูมิคุ้มกันกับแพทย์หรือเภสัชกร
  • ไม่มีอาหารหรืออาหารเสริมชนิดใดทดแทนวัคซีนหรือต้านไวรัสเมื่อมีข้อบ่งใช้ได้

อ่านต่ออย่างเข้าใจ

อ่านต่อให้ครบทั้งสุขภาพและผลิตภัณฑ์

แหล่งอ้างอิงหลัก

แหล่งข้อมูลที่ใช้ตรวจสอบ

  1. CDCAbout Shingles
  2. CDCShingles Vaccination