ข้อมูลสุขภาพแบบเข้าใจง่าย

ไข้หวัดใหญ่และ RSV

ไวรัสทางเดินหายใจที่อาจดูคล้ายหวัด แต่เสี่ยงรุนแรงในผู้สูงอายุ เด็กเล็ก หญิงตั้งครรภ์ และผู้มีโรคเรื้อรัง การป้องกันและพบแพทย์เร็วมีความสำคัญ

ภาพระบบทางเดินหายใจ แสดงไวรัสเกาะเยื่อบุ หลอดลมฝอยบวม และถุงลมอักเสบ ในภาพรวมอวัยวะและระบบที่เกี่ยวข้อง

สรุปก่อนอ่านต่อ

เรื่องนี้คืออะไร และสำคัญอย่างไร

ไข้หวัดใหญ่มักเริ่มรวดเร็วด้วยไข้ หนาวสั่น ปวดเมื่อย ปวดศีรษะ ไอ และอ่อนเพลีย แต่ผู้สูงอายุบางคนอาจไม่มีไข้ ส่วน RSV มักคล้ายหวัดและแยกจากไวรัสอื่นด้วยอาการอย่างเดียวได้ยาก

ผู้มีความเสี่ยงสูงอาจเกิดปอดอักเสบหรือโรคเรื้อรังกำเริบ ควรติดต่อแพทย์เร็วเมื่อเริ่มป่วย เพราะยาต้านไวรัสไข้หวัดใหญ่มีประโยชน์มากเมื่อเริ่มตามข้อบ่งใช้โดยเร็ว

คำศัพท์สุขภาพ

01
RSV
ไวรัสทางเดินหายใจที่มักคล้ายหวัด แต่ในผู้สูงอายุ เด็กเล็ก หรือผู้มีโรคประจำตัวอาจทำให้อาการรุนแรงขึ้นได้

เกิดอะไรขึ้นในร่างกาย

อธิบายกลไกทีละขั้น

อาการของไวรัสหลายชนิดคล้ายกัน การตรวจช่วยได้ในบางสถานการณ์ แต่วิธีป้องกันร่วมกันคือวัคซีนที่แนะนำ การระบายอากาศ ล้างมือ และหลีกเลี่ยงใกล้ชิดเมื่อป่วย

01

ไวรัสเข้าสู่เยื่อบุหายใจ

ละอองและมือพาเชื้อสู่จมูก คอ และทางเดินหายใจ

02

เยื่อบุบวมและสร้างเมือก

ภูมิคุ้มกันตอบสนอง ทำให้ไข้ ปวดเมื่อย คัดจมูก ไอ และหอบ

03

บางรายลามสู่ปอด

หลอดลมฝอยและถุงลมอักเสบ ทำให้ออกซิเจนลดหรือเกิดปอดบวม

ภาพระบบทางเดินหายใจ แสดงไวรัสเกาะเยื่อบุ หลอดลมฝอยบวม และถุงลมอักเสบ
ไข้หวัดใหญ่และ RSV เป็นไวรัสทางเดินหายใจที่เกาะเซลล์เยื่อบุ ทำให้บวม มีเมือก และไอ เชื้ออาจลงหลอดลมฝอยหรือปอด โดยเฉพาะผู้สูงอายุ เด็กเล็ก และผู้มีโรคหัวใจปอด

ค่าหรือเกณฑ์ที่ควรรู้

เวลาเริ่มอาการและสัญญาณการหายใจสำคัญกว่ารอผลตรวจอย่างเดียว

ไข้หวัดใหญ่และ RSV อาจรุนแรงในผู้สูงอายุ เด็กเล็ก หญิงตั้งครรภ์ และผู้มีโรคหัวใจ ปอด หรือภูมิคุ้มกันต่ำ

01

48 ชั่วโมงแรก

เวลาจากเริ่มอาการไข้หวัดใหญ่

ช่วงอ้างอิง
ยาต้านไวรัสไข้หวัดใหญ่ได้ประโยชน์มากเมื่อเริ่มภายใน 48 ชั่วโมง
ควรนัดประเมิน
ผู้มีความเสี่ยงสูงหรืออาการมากควรติดต่อแพทย์เร็วและไม่ควรรอผลตรวจก่อนทุกกรณี
ควรประเมินเร่งด่วน
หอบ เจ็บหน้าอก ซึม ดื่มไม่ได้ ปัสสาวะน้อย หรืออาการดีขึ้นแล้วกลับแย่ลงต้องประเมินเร่งด่วน
02

ออกซิเจนปลายนิ้ว

SpO2 ขณะพักเมื่อปลายนิ้วอุ่นและสัญญาณเครื่องนิ่ง

ช่วงอ้างอิง
ค่าปกติของแต่ละคนขึ้นกับโรคปอดเดิมและระดับความสูง
ควรนัดประเมิน
ต่ำกว่า 92% ใหม่หรือมีแนวโน้มลดร่วมกับหอบควรประเมินเร่งด่วน
ควรประเมินเร่งด่วน
ริมฝีปากเขียว สับสน หายใจลำบากมาก หรือเครื่องอ่านต่ำมากซ้ำให้โทรฉุกเฉิน ไม่รอวัดจนได้ค่าดี

สาเหตุ · อาการ · การตรวจ · การดูแล

ดูข้อมูลสำคัญในที่เดียว

01

สาเหตุและปัจจัยที่เกี่ยวข้อง

  • สัมผัสละอองจากไอจามหรือมือและพื้นผิว
  • อายุสูง โรคปอดหัวใจ เบาหวาน และภูมิคุ้มกันต่ำเพิ่มความรุนแรง
  • พื้นที่ปิด คนหนาแน่น และการระบายอากาศไม่ดี
02

อาการที่พบบ่อย

  • ไข้ ไอ เจ็บคอ น้ำมูก และปวดเมื่อย
  • RSV ในผู้สูงอายุอาจทำให้หอบหรือโรคเดิมกำเริบ
  • หายใจเร็ว อกบุ๋ม ซึม หรือริมฝีปากเขียวเป็นสัญญาณอันตราย
03

แพทย์ตรวจอย่างไร

  • ประเมินอาการ ออกซิเจน และโรคร่วม
  • ตรวจไวรัสเมื่อผลมีผลต่อการรักษาหรือควบคุมการระบาด
  • เอกซเรย์หรือการตรวจอื่นเมื่อสงสัยปอดบวม
04

เริ่มดูแลอย่างเป็นระบบ

  • พัก ดื่มน้ำ และแยกของใช้ขณะมีอาการ
  • รับวัคซีนและยาต้านไวรัสตามเกณฑ์กับช่วงเวลาที่เหมาะ
  • หอบ เจ็บหน้าอก สับสน ดื่มไม่ได้ หรือออกซิเจนต่ำให้ไปโรงพยาบาล

เรื่องสำคัญที่ควรรู้

จำประเด็นเหล่านี้ไว้ก่อน

01

ผู้สูงอายุอาจมีอาการไม่ชัด

สับสน เบื่ออาหาร หรืออ่อนแรงกว่าปกติอาจเป็นสัญญาณติดเชื้อ แม้ไม่มีไข้สูง

02

วัคซีนลดความเสี่ยงรุนแรง

ทบทวนวัคซีนไข้หวัดใหญ่และภูมิคุ้มกัน RSV ตามอายุ ความเสี่ยง และแนวทางปัจจุบันกับบุคลากรสุขภาพ

03

อาการอย่างเดียวแยกเชื้อไม่ได้

ผลตรวจและสถานการณ์ระบาดช่วยให้ทีมรักษาเลือกการดูแลที่เหมาะสม

อาหารและการดูแลในชีวิตประจำวัน

เริ่มดูแลจากสิ่งที่ทำได้จริง

  • พักผ่อน ดื่มน้ำตามที่ร่างกายและโรคประจำตัวอนุญาต และรับประทานอาหารอ่อนที่ให้พลังงานกับโปรตีนพอ
  • ไม่ใช้ยาปฏิชีวนะรักษาไวรัสเอง และระวังยาหวัดหลายสูตรที่อาจมีตัวยาซ้ำหรือกระทบความดัน

อ่านต่ออย่างเข้าใจ

อ่านต่อให้ครบทั้งสุขภาพและผลิตภัณฑ์

แหล่งอ้างอิงหลัก

แหล่งข้อมูลที่ใช้ตรวจสอบ

  1. CDCSigns and Symptoms of Flu
  2. CDCAbout RSV